ข่าวสาร & กิจกรรม
ขับรถเที่ยว ฮอกไกโด ตอนที่ 12(ตอนจบ)
26-08-2019

 

      หลังอาหารเที่ยงแบบง่ายๆแต่อร่อยสุด เราขับรถต่อไปยัง Ryugetsu Sweetpia Garden สำนักใหญ่ของบริษัทผลิตขนมชื่อดังอีกแห่งของฮอกไกโด ที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่อาจเคยหยิบขนมติดไม้ติดมือมาแล้วบ้างก็ได้ ขนมเด่นของที่นี่คือ Sanpouroku เค้กขอนไม้ หรือ Buamkuchen ที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆขนาดพอดีคำ สิ่งที่น่าสนใจของที่นี่คือ การใช้ขนมเป็นสื่อสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว ขนมที่ผลิตใช้วัตถุดิบในโทกาจิและฮอกไกโดเป็นหลัก พนักงานผลิตขนมด้วยความใส่ใจเพราะเข้าใจในวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จ

     ลองนึกภาพพนักงานบริษัทที่ทำงานโดยไร้จุดหมายและขาดความใส่ใจ งานที่ออกมาจึงขาดคุณภาพ ที่สำคัญคือขาดจิตวิญญาณ แต่ที่นี่พนักงานทุกคนทุ่มเทการทำงานด้วยใจ ต้องการทำขนมอร่อยในราคาไม่แพง เพื่อให้ทุกคนในครอบครัว สามารถซื้อขนมกลับไปฝากคนที่บ้านและนั่งทานกันได้อย่างพร้อมหน้า เอาจริงๆผมยังไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้ในบ้านเรา มันเป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่มีพลังมาก หลายบริษัทในญี่ปุ่นมีแนวคิดในการทำธุรกิจที่ง่ายๆแบบนี้แหละครับ ไม่ต้องคิดเปลี่ยนแปลงโลกด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ แค่ทำให้ผู้บริโภคมีความสุขก็เปลี่ยนแปลงโลกจากภายในใจได้แล้วครับ และด้วยคอนเซปท์นี้เองที่ทำให้ร้าน Ryugetsu ได้รับรางวัล Excellent Company Award จากรัฐบาลท้องถิ่นของฮอกไกโดในปี 2005 และเป็นหมุดหมายที่บรรดาสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของชาติมหาอำนาจแวะมาชิมตอนจัดงาน G8 Summit เมื่อปี 2008 ด้วย

ใน Sweetpia มีทั้งส่วนขายของ ส่วนนั่งทานในร้าน และส่วนที่แสดงให้เห็นกระบวนการผลิต เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทุกสัมผัส โดยเฉพาะการมีพื้นที่ให้สั่งขนมในร้านทาน ทำให้เรามีโอกาสซื้อมาชิมก่อนตัดสินใจซื้อกลับไปฝาก และที่น่ารักมากคือ การคิดถึงเด็กที่มีเงินไม่มากพอจะซื้อทั้งกล่องในราคาหลายร้อยเยน จึงมีการแยกขายในราคาชิ้นละร้อยกว่าเยน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย ผมเองก็ใช้วิธีเดียวกันคือซื้อขนมที่ออกใหม่บางตัวมาลองชิม ตัวไหนเด่นเป็นพิเศษก็ซื้อชิม ชิมไปชิมมาซื้อกลับเป็นสิบกล่อง แต่ก็ยังถือว่าน้อยเพราะขนมของร้าน Ryugetsu นี้มีมากกว่า 300 อย่าง ผลิตขนมหวานมา 100 กว่าปีเลยมีขนมเยอะมาก ใครเบื่อพวก Shiroikoibiti ช็อคโกแลต Royce หรือเค็ก LeTao ลองมาซื้อเค้กขอนไม้ของ Ryugetsu กลับไปฝากเพื่อนฝูงหรือคนทางบ้านดู จะได้รู้ว่าของอร่อยและราคาไม่แพงก็มีนะครับ

ก่อนออกจากร้านเหลือบไปเห็นป้าย Soft cream rally อีกแล้ว เลยปรึกษากับคุณมินาโกะว่าอยากหาร้านไอติมอร่อยๆที่อยู่ระหว่างทางก่อนคืนรถจะมีบ้างมั้ย จำได้ว่าระหว่างทางมีเมืองเล็กๆเมืองนึงชื่อ Shintoku ผมเคยไปมาเมื่อหลายปีก่อน เมืองนี้มีราเมงอร่อย มีโซบะเด่น และมีฟาร์มโคนมด้วย ผมเคยสุ่มไปขอดูฟาร์มโคนมแต่สุดท้ายไม่ได้ดูเพราะไปผิดเวลา เคยไปตามล่าหาซื้อขนมปังแต่ร้านดันเปิดขายเพียงแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ และเกือบจะถูกหมาของที่ร้านกัดมาแล้วเพราะดุ่ยๆเข้าไปโดยไม่รู้เรื่อง มีที่พักน่ารักหลายแห่ง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีไอติมอร่อย เลยรีบชักชวนคุณมินาโกะไปโดยพลัน

เรามาถึงเมืองชินโทคุภายในหนึ่งชั่วโมง จุดหมายปลายทางคือ Kyodogakusha ฟาร์มที่ประสมรวมของปศุสัตว์อย่างวัวนม หมู แกะ ไก่ หรือกระทั่งฟาร์มน้ำผึ้งก็มี และเกษตรที่มีทั้งผักและผลไม้ อย่างเบอรี่ สตรอเบอรี่ ข้าว ข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง มีกิจกรรมบันเทิงเช่นขี่ม้า ทำชีส รีดนม ไว้บริการด้วย เหมาะสำหรับครอบครัวที่จะพาเด็กๆมาสนุกสนานกับกิจกรรมทางการเกษตร โดยมีคาเฟ่ Mintaru เป็นเสมือน Information center และไอติมที่ผมตามหาก็อยู่ในคาเฟ่แห่งนี้

จุดเด่นของที่นี่คือ บริการอาหารที่ใช้ผลผลิตจากในฟาร์ม อาหารก็มีพวกพาสต้า พิซซ่า สลัด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีชีสเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย และมีอีก 2 เมนูสำหรับคนรักชีสเป็นพิเศษคือ มันเทศและขนมปังที่ราดด้วยราเคล็ตต์ชีสเยิ้มๆ เห็นเคาน์เตอร์ข้างๆมีเครื่องละลายชีสวางอยู่ดูน่าสนใจมาก นี่ถ้าไม่ได้อิ่มข้าวหน้าหมูย่างมาคงต้องลอง แต่ภาระกิจสำคัญในวันนี้ไม่ใช่การมาเที่ยวเล่นหรือชิมชีส แต่คือการตามล่าหาไอติมอร่อย เราจึงพุ่งเป้าไปที่ Soft Serve Ice cream หรือที่หลายคนเรียกซอฟท์ครีมนั่นแหละ แล้วเจ้าซอฟท์ครีมกับไอศกรีมมันต่างกันอย่างไร จำได้ว่าเคยอธิบายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน วันนี้เอาแบบสั้นๆคือ ไอศกรีมเย็นจัดกว่าและมีอากาศในเนื้อน้อยกว่าซอฟท์ครีม และเนื่องจากที่นี่เป็นฟาร์มที่โดดเด่นเรื่องนมและชีส ซอฟท์ครีมของ Mintaru จึงเข้มข้นหวานมันกว่าของที่อื่น แอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า นอกจากจะใช้นมสดที่ผลิตจากในฟาร์ม ซึ่งรักษาคุณภาพของนมไว้ได้อย่างสมบูรณ์เพราะไม่ต้องขนส่งแล้ว ยังแอบเติมหางชีสที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้มากขึ้น เป็นหนึ่งในสุดยอดซอฟท์เสิร์ฟไอศกรีมที่เคยกินมาจริงๆ แอบกระซิบว่า อร่อยกว่าเจ้าดังที่ระยะหลังคนไทยชอบไปกินและมีการนำเข้ามาเปิดในเมืองไทยเสียอีก

และแล้วก็มาถึงช่วงสุดท้ายของการเดินทาง เรามุ่งหน้าไปยังเมืองชิโตเสะเพื่อคืนรถ กระบวนการคืนรถก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ขับรถไปยังสาขาของบริษัทเช่ารถที่เราระบุไว้ต้องแต่ตอนเช่า จากนั้นก็นำของลงจากรถให้หมด แล้วไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์คืนรถ ถ้าไม่มีอะไรเสียหายก็เป็นอันเรียบร้อย อ้อ! อย่าลืมเติมน้ำมันให้เต็มก่อนคืนรถด้วยนะครับ แต่บางแห่งเค้าก็มีปั๊มน้ำมันในศูนย์เช่าเลย กรณีนี้ทางบริษัทก็จะเติมน้ำมันแล้วมาคิดเงินกับเราก็สะดวกดี เมื่อเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ทางบริษัทรถเช่าทุกแห่งจะมีบริการรถรับส่งไปยังสนามบินชิโตเสะ ผมจองที่พักไว้ที่นั่นก็สะดวกมาก หลังจากเช็คอินเรียบร้อยที่โรงแรมก็ออกมาเดินหาซื้อของฝากเพิ่มเติม เป็นข้อดีอีกอย่างของการนอนโรงแรมในสนามบิน เพราะนอกจากตอนเช้าจะไม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 แล้ว ยังสามารถซื้อขนมของฝากได้มากเท่าที่ต้องการ และจัดเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าให้เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นไปเช็คอินอย่างเดียวสบายตัวดี อีกอย่างที่ต้องทำเมื่อมานอนที่นี่ก็คือ การนั่งละเลียดกินราเมงรสกุ้งของร้าน Ichigen โดยไม่ต้องยืนต่อคิวนานๆเพราะค่ำๆคนน้อย เป็นมื้อปิดท้ายทริปขับรถที่ฮอกไกโดรอบนี้อย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบครับ