ข่าวสาร & กิจกรรม
J-Cruises ล่องเรือสำราญ Costa neoRomantica ตอนที่ 22
24-10-2017

 

J-Cruises ล่องเรือสำราญ Costa neoRomantica ตอนที่ 22

        หลังชมการซ้อมอพยพในส่วนของลูกเรือเรียบร้อยก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี อย่างที่เคยบอกไว้หลายรอบแล้วว่า มื้อเที่ยงในวันที่เรือเทียบท่านานๆ ห้องอาหารที่เปิดมีน้อยมาก ถ้าอยากหาอะไรที่แตกต่างก็ต้องเข้าเมือง แต่ถ้าขี้เกียจก็ต้องฝากท้องไว้กับห้องบุฟเฟ่ต์ซึ่งพอกินไปหลายๆมื้อก็ชักเริ่มไม่ตื่นเต้น ข้อจำกัดคือความหลากหลายของวัตถุดิบที่ไม่สามารถมีได้มากตามใจปรารถนา และยังต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพและปริมาณในการเก็บรักษา อีกทั้งการสร้างสรรค์เมนูตลอดทั้งทริป อย่างเช่นทริปของผมรอบนี้ 8 วัน 7 คืน ห้องบุฟเฟ่ต์ Horizon เปิดให้บริการตั้งแต่วันแรกที่เราก้าวเท้าเข้าไปในเรือ และให้บริการตั้งแต่ตี 5 จนถึง 5 ทุ่มของทุกวัน มันเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะออกแบบเมนูให้ผู้โดยสารทุกคนพอใจ เอาเป็นว่าเรือ Princess ทำได้ดีบนเงื่อนไขดังกล่าว โดยเฉพาะอาหารจานเนื้อและจานปลาซึ่งใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ กินกี่รอบกี่เมนูก็ยังอร่อย ขอชื่นชมไว้ตรงนี้เลยครับ

           หลังอาหารเที่ยงผมและทีมรายการทีวีขอไปสำรวจโรงมหรสพ Princess Theater ที่อยู่บนชั้น 6 และเชื่อมต่อกับชั้น 7 ขนาดใกล้เคียงกับหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพราะวันรุ่งขึ้นจะมาถ่ายรายการโชว์ทำอาหารที่ห้องนี้เลยต้องมาหาเหลี่ยมหามุมให้เรียบร้อย ดูเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำอะไรตามใจชอบ น้องๆพิธีกรเลยขอไปเล่นน้ำเพราะโอกาสแบบนี้มีไม่บ่อย ถ้าจะเล่นน้ำให้มีความสุขต้องเลือกวันที่เรือจอดเทียบท่านานๆครับ เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่จะลงไปเที่ยวกันเยอะเนื่องจากมีเวลามาก อย่างวันนี้ตั้งแต่7โมงเช้าจนถึง6โมงเย็นและเป็นเมืองที่มีอะไรน่าสนใจเยอะ เหลือผู้โดยสารบนเรือหลักร้อยบางๆ(สังเกตจากมื้อเที่ยงที่สามารถหาโต๊ะกินข้าวในมุมสวยๆได้ตามใจชอบ) ส่วนผมขอไปประลองปิงปองกับพี่เกลอไกด์ผู้น่ารักพอให้เหงื่อซึม แล้วก็ไปสำรวจเรือเผื่อเก็บตกบางส่วนบางมุมที่ยังหลงหูหลงตา จนมาจบที่สระว่ายน้ำท้ายเรือซึ่งเป็นอะไรที่คูลมากๆ โดยเฉพาะการได้แช่น้ำในขณะที่เรือเคลื่อนตัวออกจากฝั่งยามโพล้เพล้ มองดูวิวเมืองที่ค่อยๆเล็กลงทีละนิดพร้อมกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเป็นแดงส้ม ตัดกับฟองพรายน้ำจากแรงขับดันของเรือ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ต้องพร้อมด้วยจังหวะและเวลาจริงๆครับ

      ตามแผนที่วางไว้ หลังแช่น้ำจะมานอนดูหนังกลางแปลงรอบทุ่ม เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่เพิ่งกลับมาตอน4-5โมงคงกินข้าวรอบหัวค่ำกันเยอะ ค่ำนี้มีหนังดีที่ชอบมากเรื่อง Passengers เป็นความพิเศษที่ได้นั่งดูหนังรักบนยานอวกาศภายใต้แสงดาวระยิบระยับ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากดูในโรงหนังอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เรือ Princess มอบให้ผู้โดยสารทุกท่าน หนังจบ3ทุ่มนิดๆแวะหาอะไรกินเบาๆที่ห้องบุฟเฟ่ต์ก่อนจะลงไปฟังเพลงที่ชั้น 5 คืนนี้วงเล่นเพลงของ ABBA วงดังยุคผมวัยรุ่นพอดีฟังไปร้องคลอไปได้เกือบทุกเพลง จบวันที่ผิดจากแผนเดิมแต่มีความสุขและสบายใจ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลยหากเป็นการเที่ยวโดยรถบัสทัวร์ ถ้ามีการผิดพลาดจนทำให้แผนการเดินทางติดขัด มันจะไม่ค่อยมีทางเลือกที่ดีพร้อมเหมือนการเที่ยวโดยเรือสำราญที่อย่างน้อยบนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หลายปีก่อนผมเคยไปติดอยู่บนทางด่วนหลายชั่วโมงห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้าข้าวก็ไม่มีให้กินทำอะไรไม่ได้เลย แต่วันนี้อยู่บนเรือทั้งวันตั้งแต่เช้ายันดึกไม่มีคำว่าเบื่อเลยครับ

    เช้าวันที่ 8 ของการล่องเรือ วันนี้เป็นวัน At Sea หรือล่องทะเลทั้งวันโดยไม่มีการแวะเทียบท่า และเป็นการล่องเรือวันสุดท้ายเพื่อมุ่งหน้ากลับไต้หวัน เป็นวันที่กิจกรรมทุกอย่างบนเรือคึกคักที่สุดโดยเฉพาะกิจกรรมที่ดูดทรัพย์ลดกระหน่ำกันแทบจะทุกสินค้า ยิ่งพวกจิวเวลรี่และนาฬิกานี่ตั้งโต๊ะกันเป็นเรื่องเป็นราว ผู้โดยสารก็แฮปปี้กระดี๊กระด๊ากันถ้วนหน้า คาสิโนก็เปิดกันตั้งแต่เช้าเพราะตลอดทั้งวันล่องอยู่ในน่านน้ำสากล สบายทั้งเจ้ามือและคนเล่นเพราะไม่ถูกจำกัดเวลา ผมรีบซัดอาหารเช้าแบบง่ายๆที่คาเฟ่ชั้น5เหมือนเช่นเคย ไม่ต้องคิดเยอะเพราะวันนี้ทุกห้องคนเยอะแน่ การดำเนินชีวิตบนเรือให้มีความสุขต้องรู้จักบริหารเวลาของตัวเอง เพราะเราคือผู้กำหนด ถ้าอยากสบายก็อย่าไปในเวลาที่คนส่วนใหญ่ไป อย่ากินในเวลาที่คนส่วนใหญ่กิน อ่าน Patter ทุกวัน ดูกิจกรรมที่เราชอบทำเครื่องหมายให้ชัดเจน ขยับเวลาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ รับรองว่าท่านจะล่องเรือสำราญอย่างมีความสุข

    9 โมงนิดๆผมและทีมรายการมาแสตนด์บายในห้อง Princess Theater เพื่อรอชมการสาธิตปรุงอาหารโดย Executive Chef คุณ Ottavio Bellesi และ Maitre d’ HotelคุณFrancois Ferat ดูจากใบโฆษณามีคำว่า entertaining demonstration ยังแอบคิดในใจว่าต้องสนุกแน่คงไม่ใช่แค่ทำอาหารให้ดูเฉยๆ พอทั้งสองท่านออกมาเท่านั้นแหละครับ ความฮาก็มาเป็นระยะๆ  ถ้าโชว์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนเรือผมคิดว่าพี่ทั้งสองคนต้องเป็นเซเลปเชฟที่ออกรายการทีวีแน่ๆ เพราะลีลาการโชว์นั้นเข้าขั้นมืออาชีพ ทำกันไปแซวกันไปแกล้งกันไปดูสนุกมาก ได้ทั้งความบันเทิงและทักษะการทำอาหารจานง่ายๆอย่าซีซ่าร์สลัด พาสต้ากับซอสเพสโต้ จนถึงจานยุ่งๆอย่างข้าวพิลาฟกับกุ้งในซอสมะเขือ ดูเสร็จนี่หิวขึ้นมาทันที จบจากโชว์เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งคือการเข้าชมครัว Tour of the galley ซึ่งในหนึ่งทริปของการล่องเรือจะมีการเปิดให้ชมเพียงครั้งเดียวและมักจะเป็นวันท้ายๆ เพราะคนหมู่มากเมื่อเข้าไปในห้องครัวก็จะควบคุมเรื่องความสะอาดยากขึ้น หากมีเชื้ออะไรเล็ดลอดไปในอาหารแล้วเกิดการติดเชื้อแพร่กระจายในหมู่ผู้โดยสารนี่เป็นเรื่องต้องเทียบท่าฉุกเฉินโดยเร็ว ผมเลยอนุมานเอาเองว่าทางเรือจึงเลือกพาทัวร์ดูครัวในวันสุดท้าย ถ้าจะมีปัญหาก็อยู่ในระยะเวลาที่ควบคุมสถานการณ์ได้กระมัง การชมครัวจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเพราะจะได้เข้าไปดูว่าที่เค้าทำอาหารเลี้ยงดูพวกเราตลอด8วันนี่มันจะเป็นอย่างไร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสะอาดตามด้วยความมีระเบียบ มีพ่อครัวรวมทั้งคนครัวและลูกมือทั้งสิ้นกว่า 200 ชีวิต ยังไม่รวมเจ้าหน้าที่ในห้องอาหารที่ต้องนำอาหารจากครัวมาเสริฟเราอีก 200 กว่าชีวิต ลองนึกภาพว่า คน 200 คนปรุงอาหารในครัว ตักใส่จานชามเป็นพันๆที่ ไปจนถึงการนำมาเสริฟโดยคนอีก 200 กว่าคนโดยไม่ผิดพลาดแล้วจะทึ่งในการวางระบบและการจัดการ ที่สำคัญคือทำอาหารในปริมาณมากขนาดนี้ให้อร่อยด้วยนี่สิครับถึงเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า สุดยอดจริงๆ