ข่าวสาร & กิจกรรม
J-Cruises ล่องเรือสำราญ Costa neoRomantica ตอนที่ 19
28-09-2017

 

J-Cruises ล่องเรือสำราญ Costa neoRomantica ตอนที่ 19

เรือออกจากท่าฮิโรชิมะเวลาบ่าย 4 โมงครึ่งตรงเป๊ะ ผมขึ้นไปรอบนชั้น15 ที่มีลานกว้างเหนือห้องควบคุมหรือสะพานเดินเรือที่เคยเข้าไปชม วิวบนชั้นนี้มองเห็นได้กว้างไกล โดยเฉพาะเวลาเรือเข้าออกจากท่าจะเห็นได้ชัดกว่าตำแหน่งอื่นเพราะเป็นพื้นที่ๆยื่นออกนอกกราบเรือและไม่มีอะไรมาขวางกั้นทัศนียภาพ หลังจากชมวิวจนหนำใจแล้วก็ขึ้นไปสำรวจ The Santuary บนชั้น16 ซึ่งเป็นพื้นที่จำเพาะและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับการเข้าใช้ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความหรูหราขึ้นมาอีกระดับ ผมเลยถือโอกาสขอเป็นคนหรูหราซักพัก ลองนั่งลองนอนดูมันถึงได้ความรู้สึกนั้นจริงๆ เสร็จแล้วก็กลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปกินข้าวเย็น นี่เป็นอีกเรื่องที่ต้องทำใจเพราะบางวันเปลี่ยน 2-3 ชุดตามความเหมาะสมของเหตุการณ์และสถานที่ ชุดเดียวทั้งวันอาจไม่เหมาะ ดังนั้นควรเตรียมเสื้อผ้ารองเท้าเผื่อในหลายๆสถานการณ์ด้วย ค่ำนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมากินเมนูมาตรฐานที่ห้อง Savoy กันบ้าง ความหลากหลายยังคงเยอะเหมือนเช่นเคย ซุปสลัดออร์เดิร์ฟจานหลักประจำวันรวม13อย่าง ไม่รวมเมนูประจำเรือที่มีบริการทุกวันอีก 6 อย่าง กินกันได้แบบไม่ต้องเกรงใจ วันนี้ไม่เจอเจ้าหน้าที่ชาวไทยเลยสั่งเองดูบ้าง มีกราแตงหอยนางรม ซุปเกี๊ยวน้ำใสแบบอิตาเลี่ยน เนื้อปลาลิ้นหมาชุบแป้งทอด และขาดไม่ได้คือสเต็กเนื้อนิวยอร์คคัทที่กินได้ไม่เบื่อเพราะเนื้อบนเรือเค้าดีจริงๆ ปิดท้ายด้วยของหวานทาร์ทไข่กับกาแฟร้อน กินเสร็จก็รีบขึ้นไปจับจองที่นอนดูหนัง คืนนี้มีภาพยนต์ระดับออสการ์ Lalaland เลยไม่อยากพลาด วันนี้ผมเตรียมตัวมาดี หยิบผ้าเช็ดตัวริมสระที่ม้วนแล้วมาทำเป็นหมอน อีกผืนมารองนอน อีก 2 ผืนห่มตัวกันลมและคลุมหัวกันน้ำค้าง อยู่ยาวจนจบเรื่องสบายๆ กลับห้องอาบน้ำนอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง

    เช้าวันที่ 5 เรือเทียบท่า Kochi จังหวัดใหญ่สุดบนเกาะชิโกกุที่นักท่องเที่ยวไทยยังไม่ค่อยคุ้นหู จังหวัดโคจิเป็นบ้านเกิดของคุณเรียวมะ ซากาโมโตะ ซามูไรหัวก้าวหน้าผู้สร้างแรงกระเพื่อมจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของญี่ปุ่นจากยุคซามูไรที่มีการปิดประเทศยาวนานกว่า 250 ปี ไปสู่การถวายคืนพระราชอำนาจกลับไปยังสมเด็จจักรพรรดิ์และเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิอันเป็นประวิติศาสตร์หน้าใหม่ของญี่ปุ่นหลังยุคโชกุน ใครชื่นชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงนี้ต้องแวะมาเยี่ยมบ้านเกิดคุณเรียวมะเหมือนที่คนญี่ปุ่นเค้ามากัน หลังการออกอากาศของ Ryomaden ละครอิงประวัติศาสตร์ตอน6โมงเย็นวันอาทิตย์ทางช่อง NHK ก็เกิดกระแสคลั่งไคล้เรียวมะขึ้น สถานที่ๆเกี่ยวข้องกับเรียวมะทั้งหมดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปโดยพลัน ภาพจริงของเรียวมะในชุดซามูไรเหน็บปืนสวมบู้ทแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างกับดาราดัง จังหวัดโคจิและสถานที่ต่างๆที่เรียวมะเคยไปสร้างวีรกรรมไว้มีคนญี่ปุ่นแวะไปเยี่ยมเยือนกันมากขึ้น (ละครเรียวมะเดนได้ถูกนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในชื่อ เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน) แต่น่าเสียดายที่รายการทัวร์ของเรือมีแต่สถานที่พื้นๆซึ่งเคยไปมาหมดแล้วเลยไม่ได้ร่วมคณะทัวร์ ผมตั้งใจว่าจะเข้าเมืองไปหาอะไรกินที่ตลาดHirome ตลาดที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมืองโคจิ เป็นตลาดที่ขายทั้งของสด ของแห้งและของปรุงสำเร็จ แถมมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งกินอยู่กลางตลาดด้วย ที่สำคัญคือเปิดกันยันเช้ามาเมื่อไหร่ก็หาของกินได้ตลอดถูกใจคนไทยเป็นยิ่งนัก ของอร่อยที่เมื่อมาแล้วต้องหากินให้ได้คือ Katsuo Tataki ปลาคัทสึโอะเผาให้สุกด้านนอกแต่ข้างในยังสดอยู่ ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดที่มีมาแต่ดั้งเดิม (ในละครเรียวมะก็มีพูดถึงเมนูนี้ไว้ด้วยเช่นกัน) แต่ฟ้าไม่เป็นใจฝนตกตั้งแต่เช้าจนสายต้องยกเลิกแผนทั้งหมดแล้วใช้เวลาที่เหลืออยู่บนเรือแทน กลับห้องไปหยิบหนังสือว่าจะมานั่งอ่านแถวระเบียงเรือ ปรากฏว่าระเบียงฝั่งหันออกทะเลมีป้ายห้ามเข้า เนื่องจากมีการทดสอบนำเรือชูชีพลงน้ำเลยไปยืนสังเกตุการณ์ดู สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่า ทุกทริปของการล่องเรือจะต้องมีการนำเรือชูชีพลงน้ำทดสอบเครื่องยนต์และความพร้อมของระบบเสมอ เพราะเป็นหนึ่งในมาตรการฉุกเฉินเหมือนกับที่เราไปร่วมซ้อมในวันแรก แต่สำหรับลูกเรือจะใช้เวลาในวันที่เทียบท่านานๆฝึกซ้อมการฝีกอพยพทั้งในเรือและบนผิวน้ำ วันนี้เป็นการนำเรือชูชีพที่ติดตั้งอยู่ฝั่งหันออกทะเลลงน้ำ ผมเลียบๆเคียงๆถามว่าจะมีฝึกซ้อมแบบนี้อีกมั้ยจะได้ทำเรื่องขอสังเกตุการณ์เป็นกรณีพิเศษ จึงทราบว่าพรุ่งนี้จะมีอีกครั้ง ฝึกซ้อมทั้งพนักงานและเรือชูชีพอีกฝั่งหนึ่งของเรือ จึงรีบไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพราะพรุ่งนี้จะได้ไม่พลาด พอเที่ยงก็ขึ้นไปกินบุฟเฟ่ต์ใจจริงอยากกินห้องอื่นที่เป็นคอร์สมากกว่า แต่เนื่องจากเป็นวันเทียบท่า ทางเรือคาดว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จะลงไปเที่ยว จึงเปิดบริการห้องอาหารไม่มากนัก เที่ยงเปิดแค่ห้องบุฟเฟ่ต์ที่เดียวไม่มีตัวเลือกก็ต้องกิน แต่ข้อดีของการเปิดแค่ห้องเดียวคือ อาหารจะเยอะและคุณภาพดีกว่ามื้อค่ำที่มีทางเลือกหลากหลาย ผมกินพอประทังชีพเพราะอยากเก็บท้องไว้มื้อค่ำมากกว่า คืนนี้จองห้องอาหารอิตาเลี่ยนไว้ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นห้องอาหารขึ้นชื่ออีกห้องของเรือในเครือ Princess ที่มาล่องเรือเมื่อไหร่ก็ไม่ควรพลาด

 

    บ่ายสามโมงครึ่งเรือออกจากท่าโคจิ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมตัดสินใจไม่ลงไปจากเรือเพราะมีเวลาบนฝั่งค่อนข้างจำกัด การจะเลือกซื้อทริปของเรือสำราญนั้น เส้นทางและการเที่ยวบนฝั่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจ อย่างเส้นทางของเรือ Princessในรอบนี้เมื่อเทียบกับเรือ Costaในรอบที่แล้ว ผมชอบเส้นทางของ Costa มากกว่า เพราะแต่ละเมืองที่เรือคอสต้าแวะล้วนแล้วแต่น่าสนใจไปเองไม่ได้ง่ายๆและมีทัวร์จัดไปไม่ค่อยมาก ดังนั้นเวลาท่านตัดสินใจซื้อจึงควรพิจารณาเส้นทางและเวลาในการแวะของแต่ละท่าด้วย มีหลายเส้นทางที่เน้นแต่กิจกรรมบนเรือโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเที่ยวบนฝั่งอย่างเช่นเรือของค่าย Royal Caribbean ที่เห็นมาวิ่งอยู่ในแถบบ้านเราโดยไม่ได้เน้นเส้นทาง หากแต่เน้นกิจกรรมบนเรือเป็นหลัก เหมาะกับวัยรุ่นหรือผู้โดยสารที่ชอบความสนุกโดยไม่เน้นที่เที่ยวและอาหารการกินบนเรือ ชอบแบบไหนต้องเลือกกันให้ดีและควรปรึกษากับบริษัทที่มีความรู้และความชำนาญ จะได้ตอบคำถามของท่านได้อย่างกระจ่างชัด