J-Story
15-07-2019

 

จากคราวที่แล้วที่ไปขอหวยที่ศาลเจ้าโฮโต กลับมาถึงวันนี้เราก็ยังไม่ได้ซื้อล็อตเตอร์รี่เลยจ้า 5555 ขึ้นฝั่งมาแล้วก็ได้เวลาไปเที่ยวกันต่อแล้ว

เดินมาจากที่จอดรถ ขึ้นเนินเขาเพื่อจะไปชมปราสาทคาราสึ ทางขึ้นที่ไม่ได้ชันมาก (หรออออ) แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบพอสมควร เลยทำเป็นอาร์ตไง แวะถ่ายรูปหินของปราสาท จริงๆในใจอยากจะบอกสองหนุ่มว่า พี่ขึ้นไปเถอะค่ะ ถ่ายรูปมาเยอะๆ แล้วกลับมาเล่าให้หนูฟังนะ 555 แต่เผอิญว่าเป็นวันแรก ยังมีความเหนียมอายจึงเก็บมันเอาไว้ในใจ

เรามาช่วงที่ปราสาทกำลังปรับปรุง จึงได้เห็นขั้นตอนการปรับปรุง ดูแล้วแบบว่าเจ๋งจริง ก่อนทำการปรับปรุงจะมีการนำกระดาษมาเขียนเบอร์แปะไว้ที่หิน สร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยไม่มีการเรียงผิดที่ หรือผิดเพี้ยนเลย นี่แหละสิ่งเล็กๆที่ชาวญี่ปุ่นทำด้วยใจ และความยึดมั่น

เดินเล่นรอบปราสาทก่อนจะเข้ามาด้านใน สังเกตุเห็นโทริอิ ที่มีหินหลากหลายแบบเรียงอยู่ด้านบน เลยค่อยๆขยับไปถามคุณสุมิ ได้คำตอบมาว่าคนญี่ปุ่นจะมาอธิฐานแล้วโยนหินไปด้านบนโทริอิ ถ้าหินไม่ตกลงมาคำอธิฐานจะเป็นจริง

จากนั้นเราก็ขึ้นไปด้านบนปราสาท ปราสาทมีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ไม่มีลิฟท์นะ ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ยังเห็นผู้สูงอายุญี่ปุ่นขึ้นไปเยอะแยะ เพราะแต่ละชั้นก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และมีอาวุธในการรบรวมรวมมาให้เต็มไปหมด เดินวนรอบนึงก็หายเหนื่อยพอดี ขึ้นไปชั้นต่อไปได้เมื่อมาถึงชั้น 5 แล้วจะเป็นที่ดูวิวเมืองคาระสึ นั่งพักสักแปป ตากลมเย็นสบายยยย แล้วก็ลากสังขาลเดินลงจ้าค่าเข้าชมปราสาทผู้ใหญ่ 410 Yen เด็ก 200 Yen

เดินลงมาแล้วก็ได้เห็นรูปวาดน่ารักๆปราสาทในมุมมองของเด็กๆ

เดินลงมาถึงชั้นล่างเห็นหมวกรูปร่างแปลกๆเต็มไปหมด หมวกนี้จำลองขบวนแห่ในเทศกาล Karatsu Kunchi เป็นเทศกาลที่จัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเทพเจ้าสำหรับพืชชผลทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวได้มา

ยังมีหมากฝรั่งน่ารักๆในร้านขายของที่ระลึกด้วย

เช่ารถมาทั้งทีต้องเที่ยวให้คุ้ม !!! ก่อนกลับโรงแรมขอแวะน้ำตก Mikaeri อีกที่นึงน้ำตกแห่งนี้ติดอันดับน้ำตกที่สวยที่สุด 1 ใน 100 ของญี่ปุ่น และเป็น Power Spot ด้วย

จากที่จอดรถเดินตามเสียงน้ำเข้ามาเรื่อยๆ รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำของละอองน้ำในอากาศ แถมมีเด็กน้อยมาแก้ผ้าเล่นน้ำให้ดูด้วย 5555 โอยติดเรทนิดนึง เด็กต่ำกว่า 2 ขวบห้ามอ่าน

ครั้งนี้เรามาช่วงหน้าร้อนบรรยากาศรอบตัวเลยเป็นสีเขียวฉอุ่ม ถ้ามาช่วงเดือนมิถุนายนช่วงหน้าฝนที่นี่ก็จะกลายเป็นสวนไฮเดรนเยียร์

สองหนุ่มของเรากำลังขยันขันแข็งถ่ายรูปกันอยู่

ขณะนั้นอิฉันก็ปีนไปที่หิน เพื่อเป็นแบบให้ 2 หนุ่มถ่าย (ถึงช่างกล้องจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้เพราะแบบพร้อมมาก555) มองตัวเองจากภาพขอตั้งชื่อภาพว่า "ปล่อยสัตว์คืนสู่ป่า"

หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตวิถีคนอ้วน กินต่อจ้าาาา

เรากลับแล้วนะคุณน้ำตก ไว้ถ้าวันไหนเราเหนื่อยๆจะขอมาพักพิงช๊าตพลัง

ได้เวลากลับโรงแรม หลังจากเที่ยวกันมาเต็มวันมาก คืนนี้โรงแรมที่เราจะพักคือโรงแรม Karatsu Royal Hotel ก่อนมาพักแอบหาข้อมูลมาว่าที่ร้านอาหารชั้น 1 ของโรงแรมเขามีโชว์ตกปลาหมึกแล้วแล่เป็นซาชิมืให้ทานกันสดๆ

เมื่อตกหมึกมาแล้วทางเชฟจะให้เลือกว่าจะเอามาทำเทมปูระ,ปลาหมึกย่าง,หรือจะทานเป็นซาชิมิ แต่ถ้าอยากทานทุกแบบก็รีเควสได้ เชฟใจดี :D

ตอนที่แล่นี่มีความตื่นเต้น

แต่พอเชฟเสิร์ฟซาชิมิน้องหมึกยังดิ้นอยู่เลย สงสาร แต่เพื่อความอร่อยแล้วพี่ขอนะ TT TT แล้วเราจะทำบุญให้เธอนะ พอกินแล้ว เฮ้ย อร่อยจริง สดจริง (ยังดิ้นอยู่จะบอกว่าไม่สดได้ไง) และใสจริง ถ้าใครมาแล้วไม่ทานปลาหมึกใสเมืองซากะถือว่ามาไม่ถึงนะ!!!

มีขนมจีบปลาหมึกด้วย

อ้ามมมม

หนวดปลาหมึกย่าง ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดก็อร่อย

สุดท้าย เล็มซาชิมิตรงตัวหมดแล้ว เหลือแต่ตรงหนวด ไม่กล้าจริงๆ มันกระดิกทุกตอนที่เอาตะเดียบลงไปสัมผัส เลยบอกเชฟให้ทำเป็นเทมปุระให้ทานแทน

อิ่มแล้วก็ต้องนอน 5555 หลังจากเมื่อคืนบนเครื่องบินสำหรับเด็กอนามัยอย่างเราก็ง่วงแล้ว

สำหรับวันแรกเรารู้สึกเลยว่าการเช่ารถคุ้มจริงๆ อย่าแวะที่ไหนก็แวะได้ อยากกลับดึกแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า (ถ้าอยู่ไทยนี่แม่โทรตามละ55555 เห้ยผิดประเด็น) ไว้เจอกันใหม่ ep.3 นะ