J-Story
08-07-2019

 

สวัสดีทุกๆคน ได้เวลากระเหรี่ยงเข้าเมืองอีกครั้ง แต่คราวนี้จะว่าไปก็ไม่ค่อยเมืองเท่าไหร่ เพราะเรามีเป้าหมายไปพักผ่อน ในเมืองแนวๆ ที่มีธรรมชาติเป็นส่วนประกอบสำคัญ คิดไปคิดมาเลยมาจบที่เมืองซากะ เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อเมืองนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย จากทีวี , หนังสือ หรือจากงานท่องเที่ยวต่างๆที่เขาขยันไปออกงานมาก แต่สิ่งที่ดลใจให้เราอยากมาเมืองนี้มาจากหนังสือที่ชื่อว่า Saga Ganbatte ซึ่งความหมายของหนังสือเล่มนี้ก็ตรงๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งมาก จะไม่สปอยเนื้อหาไปมากกว่านี้ แต่ไปหาอ่านเอากันเองนะจ๊ะ เป็นหนังสือฟีลกู้ดเล่มหนึ่งเลยแหละการเดินทางครั้งใหม่เริ่มต้นแล้ว ลุยเลย

กำหนดวันเรียบร้อย ตั๋วเครื่องบินพร้อม พาสปอร์ตพร้อม เหลือแต่พ็อกเก็ตมันนี่นี่แหละที่ไม่พร้อม 5555555 (คิดถึงแม่ขึ้นมาทันทีเลยตอนนี้) รอบนี้เราหลอกผู้กล้ามาได้ 2 คน ฮี่ๆ นั้นก็คือพี่บู้และพี่แหลมแห่งมารุมูระ คิดในใจทริปนี้รอดแล้ววุ้ยย มีผู้ชายหนุ่มแน่นไปด้วย 2 คน ก็เลยคิดกันว่าไปขับรถเล่นกันเถอะ(ขายของหน่อย ใครที่สนใจไปขับรถเล่นที่ญี่ปุ่น เข้าไปในเว็บ http://www.j-plan.co.th/ แล้วไปกดจองรถที่ Tocoo! ตอนนี้เขามีส่วนลดมากกว่า 52 % เลยนะแกก)

เท้าแตะพื้นสนามบินปุ๊ปเราก็ดุ่มๆไปขึ้นรถ Shuttle bus ไปที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ แล้วเดินแค่ 3 นาที เพื่อจะไปรับรถที่ Nissan

จริงๆตอนเจอหน้าสมาชิก 2 คน คำแรกที่เราถามคือ “พี่เตรียมใบขับขี่มาไหมคะ5555” ก่อนจะไปขับรถสิ่งที่ห้ามลืมเลยก็คือใบขับขี่สากล ค่าทำแค่ 505 บาท ทำมาจากไทยแค่แปปเดียวก็ได้แล้ว

รอบนี้ไปกับ 3 คนก็จริง แต่ดูจากสัมภาระของอินี่เป็นหลัก เลยเลือกรุ่น Serena ตอนรับรถเราแค่นำใบจอง + ใบขับขี่สากลไป จากนั้นพนักงานสุดสวยก็พาไปเช็คสภาพรถ สอนวิธีใช้ GPS และ ETC card

และแล้วก็ถึงเวลาซิ่ง (ซิ่งแค่ไหนแต่กฎหมายที่นี่บนทางด่วนเขาก็ให้ขับไม่เกิน 100 นะคุณ) ขับมาเรื่อยๆบรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป จากเมืองใหญ่กลายเป็นทุ่งกว้างสีเขียว สลับกับบ้านที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นเอาไว้ ขับเลาะภูเขาและทะเลไปเรื่อยๆ จนเข้ามาในเขต Niji no matsubara เขตป่าสนดำ ยาวกว่า 4.5 กิโลเมตร

ด้วยความหิวมากๆๆๆๆ ขนาดบนเครื่องแอร์สุดสวยพูดหลายรอบมากว่า Chicken with rice or Omelet with ham อินี่ก็ยังไม่ตื่นมากิน เอาจริงๆยังไม่ชายตามองเลย5555 พอเห็นร้านแฮมเบอร์เกอร์เจ้าถิ่นเมืองคาราสึแล้ว ขาก็เดินมุ่งไปแบบไม่รอสมองเลย แฮมเบอร์เกอร์ของที่นี่ทำบนรถทรักคันเล็กๆ ขายในราคาไม่แพง แถมรสชาติยังกลมกล่อมมากๆ หิวขนาดนี้เราเลยสั่งเป็น Special Burger ที่พ่อค้าใจดีใส่ให้ทั้งแฮม ชีส ไข่ ผักสด และเบอร์เกอร์ ขายในราคาเพียง 490 เยน ขนาดก็ถ้าผู้หญิงบองบางแบบเรากินนี่ไม่หมดนะจ๊ะ 555555

บอบบางขนาดไหน แก้มย้วยเป็นพวง 555

เมื่อหนังท้องตึงแล้วแต่หนังตาจะหย่อนไม่ได้ ไปเดินเล่นกันต่อในป่าสนดำ ป่าสนที่นี่สร้างขึ้นโดยคำสั่งของ Terazawa Hirotaka เจ้าเมืองของคาราซึในสมัยนั้น คุณสุมิ เจ้าหน้าที่จากเมืองซากะก็มาเสริมความรู้ให้ว่า แต่ก่อนเจ้าเมืองที่นี่โหดมาก ใครเข้ามาลอบตัดต้นสน ก็จะถูกตัดหัว ทำให้คนแถวนั้นไม่กล้า ทำให้หลงเหลือป่าสนที่สวยงามมาให้เราวิ่งเล่นเป็นสโนวไวท์ 5555555 เอาจริงๆนะอยากบอกว่าเหมือนจริง ต้นสนรูปร่างแตกต่างกันไป วาดลวดลายของตัวเองราวกับมีชีวิต ถ้ามีผู้ชายอีกคนก็อาจจะทำเป็นฉากวิ่งตามความรักในหนังอินเดียก็ได้ 5555 ไปไกลเกินละ

ป่าสนนี้สร้างเพื่อกันลมและเกลือจากทะเล ไม่ให้มาทำลายพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน เรียกได้ว่าเป็นการใช้ธรรมชาติเพื่อป้องกันผลกระทบจากธรรมชาติอย่างชาญฉลาด เดินเข้ามาในป่าสนเรื่อยๆจนทะลุมาอีกฝั่งนึงก็จะเจอหาดทรายยาวและน้ำทะเลสีฟ้า ถ้ามาช่วงเย็นๆที่นี่ก็ถือว่าเป็นที่ที่โรแมนติกที่นึงเลยแหละ

ดื่มด่ำจากบรรยากาศป่าสนแล้วหนุ่มๆของเราก็ขับรถขึ้นไปดูวิวบนภูเขาคางามิยามะ วิวด้านบนนี้เห็นรถไฟวิ่งข้ามผ่านป่าสนและไร่นาได้อย่างชัดเจน

ลมพักมาเบาๆ จ้องมองรูปปั้นเจ้าหญิงซาโย เจ้าหญิงที่สิ้นใจด้วยความรักแล้วรู้สึกเศร้า

เลยไปกินไอศกรีมดีกว่า5555 ด้านหลังจุดชมวิวนั้นมีร้านขายของที่ระลึกกับไอศกรีมอยู่ เราก็เลยไปขอหลบร้อนนั่งทานน้ำแข็งใสเย็นเฉียบ คุณลุงคนขายใจดีมาก

คุยไปคุยมาเริ่มถูกคอ คุณลุงเลยชวนเราไปดูห้องแมวติดแอร์หลังบ้านคุณลุง อยากจะบอกว่าห้องแมวนี่แทบจะใหญ่เท่าห้องนอนตอนเราอยู่ญี่ปุ่นอีก คุณลุงยังคุยต่ออีกว่ามีแพลนจะขยายพื้นที่ให้เจ้าหนูด้วย เห้อออออออิจฉาแมว

แพลนต่อไปของเราในวันนี้คือไปขอหวยที่ศาลเจ้าโฮโต เกาะทากาชิม่า ที่นี่เดินทางมาง่ายมาก ขับรถมาจอดที่จอดรถของปราสาทคาราสึ เดินมาอีกนิดก็เห็นท่าเรือแล้ว ซื้อตั๋วก่อนขึ้นเรือเพียง 210 เยน (รอบเดียวนะ)

นั่งมาประมาณ 10 นาทีก็มาถึงที่เกาะ

เวลาเดินเรือ
ด้านซ้ายเป็นเวลาออกจากเกาะ
Takashima
ส่วนด้านขวาเป็นเวลาที่ออกจ
าก Karatsu

ญี่ปุ่นไม่ว่าไปที่ไหนก็มีความเป็นญี่ปุ่นมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ

ลงมาแล้วก็มีน้องเหมียวมากมายมาต้อนรับเรา สวัสดีหยองๆๆ พร้อมคุณป้าหนึ่งคน ที่ให้ขนมแมวพร้อมกับพูดว่าขอให้ถูกหวยนะจ๊ะ จริงๆนี่ไม่ใช่ล่อแมวแล้ว แต่ล่อคนให้ไปที่ร้านป้า55555 แต่ไม่เป็นไร น้องแมวน่ารักให้อภัยได้ ขอเตือนนิดนึงว่าน้องแมวพวกนี้ดุนะ อย่าอุ้มมั่วชั่ว เพราะน้องแมวได้ฝากรักไว้ที่คอ 1 ป๊าปค่ะ T0T

แกข่วนชั้นละแกก็นอนเนี่ยนะ

ขอให้ถูกหวยนะคะ

เดินคอตกเข้ามาในศาลเจ้าโฮโตแล้วค่อนข้างตกใจนิดหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นแต่ละคนถือล็อตเตอร์รี่กันมาเป็นปึกเลย ทางคุณสุมิเลยคลายความสงสัยว่าที่นี่เด่นมากเรื่องการขอหวย แต่ก่อนศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ไม่มีอะไร แต่เมื่อมีคนมาขอหวยแล้วถูกก็จะนำเงินกลับมาบริจาค จนทำให้ศาลเจ้าสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ เราเลยได้ที ขอบ้างแม้จะไม่เคยซื้อล็อตเตอร์รี่ก็ตาม

ก่อนเข้ามาในศาลเจ้าก็เหมือนศาลเจ้าทั่วไป ต้องมีการทำความสะอาดร่างกาย

ทีนี้ก็ขอได้เลยจ้าโอมกลับไปชีวิตจงเปลี่ยน สาธุ--

ก่อนจะขึ้นเรือกลับไปก็ขอสวมรอยเป็นนางเอกเอ็มวี ถ่ายรูปริมท่าเรือสวยๆสักนิด แม้ว่าจะเป็นท่าเรือเล็กๆ แต่น้ำสีฟ้าที่เป็นประกายด้านหน้ากับเรือที่จอดเรียงรายกันก็สร้างความประทับใจได้ไม่น้อยเลยหละ

ก่อนจะขึ้นเรือกลับไปก็ขอสวมรอยเป็นนางเอกเอ็มวี ถ่ายรูปริมท่าเรือสวยๆสักนิด แม้ว่าจะเป็นท่าเรือเล็กๆ แต่น้ำสีฟ้าที่เป็นประกายด้านหน้ากับเรือที่จอดเรียงรายกันก็สร้างความประทับใจได้ไม่น้อยเลยหละ

แล้วรอติดตามความสนุกต่อในตอนหน้านะคะ