J-Story
15-05-2017

 

Hokkaido Snow Expo ตอนที่ 9

      เสร็จจากงานเลี้ยง ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน เพราะลากยาวมาทั้งวัน ต้องชาร์จพลังไว้รับมือกับงานเจรจาธุรกิจในวันรุ่งขึ้น ผมหลับสนิทจนเช้า ตื่นมาอาบน้ำแปรงฟันรีบแต่งตัวไปกินข้าว ข้อดีของการมาพักที่โรงแรมSapporo Prince ก็คือใกล้กับสถานที่จัดงาน ไม่ต้องเร่งรีบ กินข้าวเสร็จมีเวลากลับขึ้นห้องไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว สะดวกสุดๆ งานเจรจาธุรกิจเริ่ม9โมงเช้าถึงบ่าย3โมง พักกินข้าวเที่ยงชั่วโมงครึ่ง มีการเจรจารวมทั้งสิ้น14รอบๆละ15นาที ถือว่าสบายๆไม่หนักจนเกินกำลัง มีโอกาสได้เจอคู่ค้ามากมาย และยังได้โอกาสใหม่ๆทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เป็นอีกงานที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาด โดยเฉพาะเรื่องกิจกรรมในหน้าหนาวของฮอกไกโด ต้องมาร่วมงาน Hokkaido Snow Travel Expo เท่านั้น

    หลังจบการเจรจาธุรกิจ เจ้าภาพพาเราขึ้นรถออกไปนอกเมืองเพื่อเยี่ยมชม Ice Star Hotel ซึ่งปีนี้ไปสร้างอยู่ที่สนามกอล์ฟSapporo-Minami Golf Club Komaoka แถวๆMakomanai หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อโรงแรมน้ำแข็งมาบ้าง ทั้งที่Tomamuและที่ Sapporo แต่ที่ซัปโปโรนี่จะแตกต่างจากที่โทมามุตรงที่มีการเปลี่ยนสปอนเซอร์ไปเรื่อยๆ อย่างปี2015จัดอยู่ที่ Sweden Hills Golf Club แถวTobetsu และมีช็อคโกแล็ตRoyceเป็นสปอนเซอร์ก็เลยใช้ชื่อว่า Royce’ Ice Hills Hotel หรือปีที่แล้ว 2016 มีบริษัทรถเช่า BUBU เป็นสปอนเซอร์ก็เปลี่ยนเป็น BUBU presents Ice Hills Hotel มาปีนี้ย้ายที่จัดและมีสปอนเซอร์คือบริษัท Cool Star ผู้ให้บริการรถเช่าสุดหรูที่ตกแต่งภายในคล้ายๆกับเครื่องบินส่วนตัว ก็เลยกลายเป็น Ice Star Hotel ด้วยประการฉะนี้

ท่านที่ไม่เคยไปคงจินตนาการว่าโรงแรมน้ำแข็งจะใหญ่โตมีห้องหับไม่น้อย แต่พอไปเจอของจริงอาจแอบผิดหวังอยู่บ้าง เพราะมันเหมือนกับกระท่อมที่สร้างด้วยก้อนน้ำแข็งสี่ห้าหลัง สามหลังเป็นห้องพัก หลังนึงห้องนึง ภายในก็มีเตียงที่ก่อขึ้นมาด้วยน้ำแข็งแล้วปูหนังสัตว์ทับ เฟอร์นิเจอร์อื่นๆก็ล้วนแล้วแต่ทำจากน้ำแข็งทั้งสิ้น สองหลังที่เหลือก็เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะและบาร์ เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่จะแวะมาเยี่ยมชม เอาจริงๆผมคิดว่ามันไม่เหมาะกับการนอนค้างคืนอย่างจริงจัง จะใส่ชุดนอนก็ไม่ได้เพราะมันหนาว ใส่ชุดกันหนาวนอนก็ไม่สะดวก ห้องน้ำในตัวก็ไม่มี กลางดึกปวดฉี่ต้องเดินไปเข้าที่อาคารรับรอง ด้วยเหตุนี้ทางโรงแรมน้ำแข็งจึงต้องมีพันธมิตรที่มาตอบโจทย์นี้คือโรงแรมCrossในเมืองซัปโปโร ในกรณีที่ลูกค้านอนไม่ไหว ทางโรงแรมน้ำแข็งก็จะจัดส่งลูกค้าไปยังโรงแรมCrossที่มีการสำรองห้องพักล่วงหน้าไว้แล้วตั้งแต่ตอนจอง คุณลูกค้าจึงไม่ต้องเป็นกังวลว่าดึกดื่นตื่นขึ้นมาด้วยความหนาวจนทนไม่ไหวแล้วต้องดันทุรังนอนต่อไปถึงเช้า ทีมงานเค้าคิดเผื่อไว้ให้หมดแล้วครับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาไม่ได้ตั้งใจมาพัก แต่มาเที่ยวชมหรือมาเล่นกิจกรรมอื่นๆอาทิ การขี่สโนว์โมบิล เพราะกลางเมืองซัปโปโรไม่มีที่ว่างและกว้างขนาดนั้น การใช้สนามกอล์ฟมาดัดแปลงเป็นสถานที่ทำกิจกรรมหน้าหนาว จึงเป็นการสมประโยชน์ทุกฝ่าย แต่รอบๆซัปโปโรก็มีหลายแห่งที่เปิดให้บริการทำกิจกรรมแนวเดียวกัน โรงแรมน้ำแข็งจึงเป็นเสมือนแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเล่นกิจกรรมพร้อมชมสิ่งก่อสร้างแปลกตาที่น่าสนใจไปพร้อมๆกันนั่นเอง

    พวกเราเดินชมโรงแรมน้ำแข็งกันทีละหลัง แต่ละหลังดูสวยงามมากโดยเฉพาะเวลาค่ำคืนที่ประดับไฟ พอเข้าไปด้านในยิ่งชวนให้อยากมาพัก แต่อย่างที่บอกล่ะครับ สวยนั้นสวยอยู่ ถ่ายรูปอัพลงเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรมรับรองคนกดไลค์เพียบ แต่ดูยังไงก็นอนไม่สบาย เราเดินดูไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่อาคารไอซ์บาร์ ผมคิดว่าตัวนี้แหละครับที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้จริง การได้ดื่มค็อกเทลเย็นๆจากแก้วที่สกัดจากน้ำแข็งทั้งก้อนนี่มันเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดจริงๆ เสียดายปีนี้ไม่ยักมีช็อคโกแลตร้อนเหมือนสองสามปีที่ผ่านมา จำได้ว่าตอนที่Royceเป็นสปอนเซอร์และปีที่แล้วด้วย ในไอซ์บาร์มีช็อคโกแลตเข้มข้นร้อนๆบริการในราคาถ้วยละ500เยนหรือยังไงนี่แหละ มันลงตัวมากเลยกับอากาศหนาวๆระดับติดลบ เป็นอีกหนึ่งความประทับใจสำหรับการมาIce Hotelครับ

    เที่ยวชมกันเสร็จก็เป็นเวลาอาหารค่ำ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่Susukino ย่านกินดื่มและย่านบันเทิงยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโด มื้อนี้เจ้าภาพจัดให้พวกเราไปกินอาหารท้องถิ่น มีให้เลือก5ร้าน4ประเภทคือ ซูชิที่ร้านHanamaru เนื้อย่างที่ร้านTokujuและHagenoushi อาหารสไตล์ร้านกินดื่มที่ร้านHachikyo และหม้อไฟที่ร้านRobata Taisuke ผมถูกจัดให้ไปกินที่ร้านHanamaru ซึ่งถือว่าโชคดีเพราะอยากกินซูชิอยู่เลย ร้านฮานะมารุเป็นร้านซูชิมีชื่อในเขตฮอกไกโด คนส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อNemuro Hanamaru ซึ่งเป็นร้านซูชิสายพานหรือKaiten Sushi มีหลายสาขาทั้งในฮอกไกโดและโตเกียว ร้านนี้มีสำนักใหญ่อยู่ที่เมืองNemuroทางฝั่งตะวันออกของเกาะฮอกไกโด พอขยายมาที่ซัปโปโรตอนแรกๆก็ยังมีแต่ร้านซูชิสายพานเหมือนที่สำนักใหญ่ แต่เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นจึงอัพเกรดสาขาเปิดใหม่เป็นSushi Bar Shiki Hanamaru ที่ให้บริการทั้งซูชิและอาหารอื่นๆไม่ว่าจะเป็นซาชิมิ หม้อไฟ ของทอด ของย่าง โดยเน้นพวกอาหารทะเลเป็นหลัก และสาขาที่เราไปทานก็เป็นสาขาอัพเกรด อยู่บนชั้น2ของอาคารโรงแรมMercure Sapporo แต่ถ้าเข้าทางโรงแรมลิฟท์จะส่งขึ้นไปที่ล้อบบี้ชั้น3 ต้องมาเข้าอีกฝั่งหนึ่งของอาคารซึ่งเป็นโซนร้านอาหาร มีร้านอร่อยๆหลายร้านเช่น Sankoshaร้านสุกิยากิชื่อดังจากเมืองอาซาฮิคาวะ เป็นต้น บริเวณด้านหน้าของร้านมีตู้กระจกใส่กุ้งหอยปูปลาสดๆไว้ให้เลือกสั่งกินกันได้ มีเคาน์เตอร์ซูชิขนาดใหญ่อยู่กลางร้าน รอบๆเป็นที่นั่งมีทั้งโต๊ะเก้าอี้และแบบนั่งพื้น เจ้าภาพสั่งซาชิมิจานโตมีแต่ของสดๆดีๆมาให้เราลิ้มลอง บอกตามตรงว่าคุณภาพของอาหารที่อัพเกรดนี่ดีกว่าร้านสายพานเยอะเลย เมนูถัดมาปลาย่างที่ทั้งสดและอร่อยสมกับเป็นร้านที่มาจากเมืองท่าเนมูโระจริงๆ ตามด้วยหม้อไฟทะเลรสกลมกล่อม และเทมปุระร้อนๆหอยฉุย ปิดท้ายด้วยซูชิสารพัดหน้าที่รวมของเด่นของฮอกไกโดไว้ครบครัน เสริฟมาพร้อมซุปปูมิโสะรสเข้มข้น จริงๆผมเคยกินร้านนี้มาแล้วครั้งนึง มีเมนูที่ยังหาทานที่อื่นไม่ได้ก็คือ ไข่หอยเม่นในน้ำเกลือ แต่รอบนี้เจ้าภาพไม่ได้สั่งมาให้ลอง เสียดายมากอยากจะสั่งเองแต่ก็เกรงเสียมารยาท เก็บไว้คราวหน้าค่อยมากินเอง หลังอาหารทุกคนแยกย้ายกันกลับที่พักหรือไปเดินเล่น แต่ผมมีนัดพิเศษต่อ ฉบับหน้าจะมาเฉลยว่าไปไหนครับ