J-Story
27-03-2017

 

Hokkaido Snow Expo ตอนที่ 5

      ช่วงเช้าสองชั่วโมงหมดเวลาอย่างรวดเร็ว ผมสกีได้ประมาณ5รอบ แถมกลิ้งไปอีก2ครั้ง โชคดีที่การฝึกสกีครั้งแรกในชีวิตผมมีทักษะการลุกอย่างเต็มเปี่ยม เพราะรอบนั้นล้มไปไม่ต่ำกว่า20ครั้ง ล้มแล้วลุกจนครูชม เล่นเสร็จก็กลับมาถอดชุดเปลี่ยนรองเท้ารองเท้า แล้วพากันขึ้นไปทานอาหารเที่ยงที่แคนทีน คือที่นี่มีทั้งห้องอาหารขนาดใหญ่จุได้หลายร้อย ห้องขนาดกลางนั่งได้ร้อยเศษๆ แล้วก็ที่แคนทีนนั่งได้หลายสิบ แต่บางแห่งก็อาจจะมีแค่ห้องเดียวใช้ทั้งเช้ากลางวันเย็น ปกติมื้อเที่ยงของนักสกีจะเป็นอาหารแบบง่ายๆเช่น อุด้ง โซบะ ราเมง ข้าวแกงกะหรี่ อะไรประมาณนี้ มีทั้งแบบซื้อคูปองบริการตัวเองและเทคออร์เดอร์ขึ้นอยู่กับแต่ละรีสอร์ท แต่ของที่นี่เป็นแบบสั่งตามเมนู สบายหน่อยไม่ต้องไปเข้าคิวคอย มีรายการอาหารให้เลือกสิบกว่าอย่าง แต่ผมมีเมนูประจำที่จะสั่งกินทุกครั้งและทุกสกีรีสอร์ท(ถ้ามี)คือ Ankake Yakisoba หรือเรียกง่ายๆว่า บะหมี่ราดหน้า ไม่รู้ว่าติดใจอะไรนักหนาแต่กินแทบทุกครั้งจริงๆ ของที่แคนทีนนี่รสชาติดีมาก บะหมี่ผัดมาหอมฉุยราดหน้าด้วยผักกาดขาว เห็ดหูหนู และเนื้อหมู ไก่ หรือบางแห่งจะเป็นซีฟู้ดก็ได้เช่นกัน เป็นเมนูที่อร่อยมาก ถ้าคิดอะไรไม่ออกผมขอแนะนำเมนูนี้เลย อ้อ!เผื่อไว้เป็นข้อมูลนะครับ เมนูAnkake Yakisoba ตอนนี้ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของเมืองโอตารุไปแล้ว ใครอยากลองนานาบะหมี่ราดหน้าไปตระเวณชิมกันได้เลยครับ

    อีกหนึ่งเมนูที่มาฟุราโนะแล้วควรหาโอกาสลองคือ Omukare ที่ย่อมาจาก Omelet Curry ถ้าจะเรียกให้เต็มยศก็คือ Omelet Curry Rice หลายท่านเคยทางOmelet Riceหรือข้าวห่อไข่ของญี่ปุ่นมาบ้าง คงนึกภาพออกว่ามันคือข้าวผัดซอสมะเขือแล้วห่อด้วยไข่ แต่ในกรณีของฟุราโนะนี่แตกต่างกันเล็กน้อยตรงข้าวผัดและไข่แยกส่วนกัน น่าจะเรียกว่าข้าวผัดโปะหน้าด้วยไข่เจียว แล้วถึงราดด้วยแกงกะหรี่อีกที แต่มีข้อกำหนดว่า ข้าวที่ใช้ต้องเป็นข้าวที่ปลูกในฟุราโนะ ไข่เจียวต้องใช้ไข่ของฟุราโนะและเจียวด้วยเนยของฟุราโนะ ราดด้วยแกงกะหรี่ที่ใช้วัตถุดิบจากฟุราโนะทั้งหมดซึ่งอาจจะมีไวน์ฟุราโนะเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย แซมด้วยพืชผักที่ปลูกในฟุราโนะอาทิ ฟักทอง แครอท มันเทศ มะเขือ และถ้ามีเนื้อสัตว์หรือไส้กรอกหรือเครื่องเคียงอื่นๆแล้วแต่สูตรของแต่ละร้านจะคิดค้นกันขึ้นมา ก็ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ของฟุราโนะอีกเช่นกัน แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ นมสดฟุราโนะอีกหนึ่งขวดที่จะต้องเสริฟมาพร้อมๆกันเสมอ และที่สำคัญต้องมีธงอย่างที่เห็นในภาพปักอยู่บนไข่ จึงจะเป็นเมนูFurano Omelette Curry ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้างหากวัตถุดิบไม่สามารถหาได้ในฟุราโนะอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ ก็อนุโลมให้ใช้ของจากเมืองข้างเคียงได้ เมนูชุดนี้จะขายกันในราคาไม่เกิน1,000เยนไม่รวมภาษี อร่อย แปลกใหม่ คุ้มค่า และราคาไม่แพงครับ มีร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการอยู่ประมาณสิบกว่าร้าน รวมทั้งที่โรงแรมNew Furano Prince นี้ด้วย

    กินกันเสร็จก็ได้เวลาไปทัศนาวิวบนยอดเขา คราวนี้เราขึ้นไปพร้อมๆกันโดยกระเช้าของFurano Ropeway ที่จุผู้โดยสารได้ถึง101คน ผู้โดยสารส่วนใหญ่ใส่ชุดสกีและสโนว์บอร์ดพร้อมอุปกรณ์ครบ กระเช้าวิ่งขึ้นเป็นระยะทางถึง2,330เมตรด้วยความเร็วที่ถูกระบุว่าสูงที่สุดในบรรดากระเช้าไฟฟ้าทั่วญี่ปุ่น ไปยังความสูงที่900เมตรของภูเขาฟุราโนะ ซึ่งเป็นทั้งจุดตั้งต้นของเส้นทางสกีSpice C ที่มีความยาวถึง3กิโลเมตรให้ท่านได้สกีลงมาอย่างสนุกสนานและไม่ลำบากจนเกินไป เหมาะกับผู้เล่นระดับBeginnerถึงIntermediate หรือจะใช้เส้นทางSailer Cที่เพิ่มความท้าทางยิ่งขึ้น และสำหรับผู้เล่นระดับAdvance เส้นทางChallenge C ที่ทั้งชันและคดเคี้ยวก็เพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้นไปอีก และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังฝั่งKitanomine Zone ด้วยเส้นทางLink Run C เพื่อสกีลงกับอีก3เส้นทางคือ Rinkan C ที่โค้งแต่ง่าย หรือWide G ที่เหมาะกับมือใหม่เพราะกว้างตลอดเส้นทาง และไปเชื่อมต่อกับเส้นทางFamily GและJunior G ที่ง่ายเช่นกัน แต่ถ้าท่านอยากค้นหาความท้าทายต่อ ก็ลองเลือกเส้นทางTraining B ที่สั้นและชันเหมาะสำหรับท่านที่ชอบความเร็ว ผมแอบรู้สึกเสียดายที่ถอดชุดแปลงร่างกลับมาเป็นชุดปกติแล้วเลยได้แต่มองดูชาวบ้านเล่นกันอย่างอิจฉา สำหรับท่านที่ไม่ได้เล่นสกี เมื่อขึ้นมาบนนี้ก็สามารถชมวิวได้กว้างไกล มองเห็นไปถึงAsahidake และDaisetsuzanโน่นเลย บนนี้ยังมีร้านอาหารDownhillไว้บริการนักสกีด้วย จะได้ไม่ต้องลงไปกินข้างล่างให้เสียเวลา คงมีนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ขึ้นมาเล่นสกีเหมือนพวกเราเยอะเหมือนกัน ทางโรงแรมเลยส่งเจ้าหน้าที่มาปั้นตุ๊กตาหิมะไว้เป็นแลนด์มาร์คเอาไว้ให้ถ่ายรูปเป็นที่รำลึกกันด้วย

      หลังดื่มด่ำกับวิวสวยบนยอดเขาแล้ว ก็ได้เวลาเคลื่อนย้ายไปอีกเมืองหนึ่ง แต่ก่อนที่จะอำลาฟุราโนะ ผมต้องขอแว่บไปที่ร้านนี้ก่อน Furano Delice หนึ่งในสุดยอดร้านเค็กของฮอกไกโด ที่มีOwner Chef คุณMichio Fujita เป็นผู้ก่อตั้ง คุณฟุจิตะสำเร็จวิชาทำขนมจากสถาบัน Tsuji Institute of Patisserie แล้วจึงมาเปิดร้านอยู่ที่ฟุราโนะภายใต้แนวคิด ขนมอร่อยต้องมาจากวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยม และวัตถุดิบสำหรับขนมเค็กก็คือนมเนย ซึ่งไม่มีที่ใดในญี่ปุ่นจะดีไปกว่าฮอกไกโด และจากแนวคิดนี้เองคุณฟุจิตะได้ใช้นมฟุราโนะมาดัดแปลงเป็น Fresh Made Furano Milk Pudding ในขวดนมฟุราโนะที่ย่อขนาดลงมาและขายดิบขายดีจนห้างTobu ที่Tokyo มาเชิญไปออกร้านและขายหมด1,000ขวดในเวลาเพียง28นาที ส่งให้ชื่อเสียงของร้านFurano Delice โด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก แต่คุณฟุจิตะก็ไม่มีการขยายสาขาแต่อย่างใด ใครอยากชิมขนมครบไลน์ต้องไปที่ร้านในฟุราโนะเท่านั้น

    นอกจากพุดดิ้งแล้วอีกตัวนึงที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ Double-Fromage ชีสเค็กสองเลเยอร์ คุ้นๆใช่มั้ยครับ ส่วนใหญ่จะรู้จักและเคยชิมของร้านLeTAOที่โอตารุแล้วติดอกติดใจกัน แต่อาจจะไม่ทราบว่าคุณฟุจิตะนี่แหละครับที่เป็นคนถ่ายทอดฝีมือให้ เพราะฉนั้นใครอยากลองต้นตำรับต้องไปที่Furano Delice ลูกค้าของผมทุกคนพูดตรงกันว่า อร่อยกว่าเยอะ และหลายท่านยังบอกด้วยว่า ไม่เคยทานชีสเค็กที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน ผมมาฟุราโนะทีไรต้องแอบหาโอกาสมาละเลียดพุดดิ้งและชีสเค็กทุกครั้ง และต้องสั่งกินในร้านพร้อมกาแฟสดลาเต้หอมกรุ่นคู่กัน ฟินหิมะกระจายเลยครับ