J-Story
15-03-2017

 

Hokkaido Snow Expo ตอนที่ 3

    ลานกิจกรรม Wakuwaku Family Snowlandเป็นลานที่ให้บริการกิจกรรมหิมะหลายอย่างประกอบด้วย Snow Mobile ตัวนี้เป็นตัวที่ฮิตที่สุด ใครๆก็อยากขี่สโนว์โมบิล แต่หลายคนเห็นแล้วไม่กล้าเพราะมันลำใหญ่เกรงว่าจะควบคุมไม่ไหว ทางวากุวากุเลยมีแบบให้ซ้อนท้ายไว้บริการคนอยากนั่งแต่ไม่กล้าขี่  Snow RaftingและBanana Boat สองตัวนี้เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความตื่นเต้น เครื่องเล่นก็เหมือนๆกับนั่งแพหรือบานาน่าโบ้ทเวลาไปเที่ยวทะเล แต่ตัวนี้ลากบนลานหิมะ สนุกไม่แพ้กันแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ Snow Shoeing การเดินเล่นบนหิมะโดยใส่รองเท้าชนิดพิเศษ ใครเคยดูการ์ตูนนินจาฮัทโตริคงพอนึกหน้าตารองเท้ากระจายน้ำหนักที่ใช้เดินบนผิวน้ำออก การเดินบนหิมะก็ต้องมีการกระจายแรงออกไปด้านข้างเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะจมลงไปหิมะ ตัวนี้ก็สนุกดีเหมือนกันครับ หรือจะเอาแบบแอ๊ดว้านส์ก็ใส่สกีเดินแบบCross Country ก็สนุกแต่ต้องมีพื้นฐานสกีมาบ้างนะครับ สำหรับเด็กเล็กก็มีลานสำหรับเล่นถาด(Sledge)แยกออกมาต่างหากจะได้ไม่ปะปนและปลอดภัย ทุกกิจกรรมมีค่าบริการเริ่มต้นที่300เยนไปจนถึงหลักพันสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้พักในโรงแรม แต่ถ้าพักก็มีแพคเกจแบบรวมกิจกรรมให้ด้วยซึ่งสามารถเล่นกิจกรรมหลายตัวได้ฟรี วิธีการก็แค่เดินเข้าไปที่กระท่อมไม้ในลานWakuwaku แล้วนำคูปองไปแลกบัตรกิจกรรมแต่ละประเภทซึ่งแลกได้แค่ครั้งละชนิดเดียว แล้วถึงไปต่อคิวเล่นๆเสร็จค่อยมาแลกบัตรกิจกรรมชนิดต่อไปได้

    ส่วนKan Kan Mura ที่อยู่ติดกันนั้นจะเปิดในช่วงเย็นถึงค่ำ เปิดไฟประดับสีสันงดงาม มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำอาทิ ไปหาอะไรจิบในIce bar กิจกรรมอินเทรนด์กำลังเป็นที่นิยมในหลายแห่ง  หรือจะแอ็คท่าหามุมถ่ายรูปสวยกับประติมากรรมที่ปั้นจากหิมะหรือแกะจากน้ำแข็ง และกิจกรรมที่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่งคือ Snow Tubing หรือการนั่งห่วงยางแล้วสไลด์ลงมาตามเส้นทางที่เค้าขุดเป็นร่องคล้ายกับที่เราเล่นสไลเดอร์ลงมาเวลาไปสวนน้ำนั่นแหละครับ เสียวดีโดยเฉพาะตอนโค้งไปโค้งมา ใครชอบเล่นอะไรประเภทนี้มาเล่นได้ทั้งที่วากุวากุและคังคังมูระเลยครับ รับรองว่าจะติดใจ

    อาหารค่ำคืนนี้ผมมีโปรแกรมพิเศษ เพื่อนเก่าที่คุ้นเคยพอทราบว่าผมมาฟุราโนะก็อยากเจอ ประกอบกับตัวผมเองยังติดใจในรสชาติอาหารของโรงแรมNatulux เลยตอบรับคำเชิญอย่างไม่ต้องคิด คุณKiyomi Ishihira เจ้าของโรงแรมรอต้อนรับอยู่แล้วที่ล้อบบี้ จากนั้นก็เชื้อเชิญผมเข้าไปด้านในสุดของห้องอาหารที่เป็นห้องส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฟุราโนะมาร่วมมื้ออาหารค่ำนี้ด้วย อย่างหนึ่งที่ผมนับถือน้ำใจคนที่นี่คือ การไม่แบ่งเขาแบ่งเราครับ ในมื้อนั้นมีผมที่เป็นแขก มีคุณอิชิฮิระเจ้าภาพ และเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวฟุราโนะซึ่งไม่แปลก แต่คุณเอริ ผู้จัดการฝ่ายขายของโรงแรมนิวฟุราโนะปริ๊นซ์ก็ได้รับเชิญด้วย หรือแม้แต่คุณโคสึเกะผู้เป็นทั้งไกด์และช่วยขับรถให้ผมก็ยังได้รับเชิญให้ร่วมโต๊ะอาหาร แสดงให้เห็นถึงน้ำใจอันเปิดกว้างของคุณอิชิฮิระได้เป็นอย่างดี

    จานแรกเป็นสลัดผักเนื้อปูทะราบะ ท่ามกลางหิมะขาวโพลนยังหาผักสดได้ขนาดนี้ต้องขอบอกว่าแน่มาก ส่วนปูทะราบะมาเป็นแท่งขาอวบอิ่มเลย ผักสดเจอปูสดก็ฟาดหมดไม่มีเหลือสิครับ ถัดมาเป็นซุปใสคอนซอมเม่ที่นำไปอบกับแป้งพายหุ้มปากถ้วยอีกที เวลากินต้องเจาะเนื้อพายเข้าไป ใครไม่เคยต้องระวังลวกปากเป็นอย่างยิ่งแต่ก็อร่อยคุ้มค่าถ้าจะลวกปากไปซักนิด แล้วก็มาถึงชุดสุดอลังการ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ยกมายังไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรเพราะมีสารพัดวัตถุดิบทั้งไส้กรอก ลูกชิ้น เนื้อกุ้ง เนื้อไก่ และผักต่างๆ ตรงกลางมีเตาเล็กๆวางไว้ ไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร พอเจ้าหน้าที่ยกถ้วยที่มีชีสเหลวมาวางบนเตาก็เข้าใจโดยพลันว่า ชีสฟองดูว์ นั่นเอง คุณอิชิฮิระสาธิตการกินให้ดูเป็นลำดับแรก ผมเคยกินฟองดูว์ที่สวิสมาบ้างแต่ก็ว่างเว้นมานานเหลือ คราวนี้มาเจอชีสฟองดูว์อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเลี่ยน ชิ้นแรกเลยลองแครอทสีส้มสดจุ่มลงไปในชีสร้อนๆดูก่อน พอใส่ปากเท่านั้นแหละครับความคิดเปลี่ยนทันที ที่คิดว่าจะเลี่ยนกลับไม่มีเลย แครอทกับชีสเข้ากันได้เป็นอย่างดีออกรสชาติหวานมัน ชิ้นต่อมาขอลองฟักทองบ้าง ผลลัพท์เหมือนเดิมครับหวานมันอร่อยไม่เลี่ยน พอมั่นใจแล้วคราวนี้ไม่มีบันยะบันยัง ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าผมจิ้มแล้วจุ่มชีสใส่ปากหมด เคยมั้ยครับที่กินอะไรอร่อยๆแล้วหยุดไม่ได้ ชีสฟองดูว์ของโรงแรมNatulux คือหนึ่งในเมนูนั้นครับ ชีสอะไรไม่รู้กินแล้วหยุดไม่ได้อร่อยจริงๆเลย

 

    กินชีสฟองดูว์จนแน่นพุงไปหมดนึกว่าจบคอร์สแล้ว ที่ไหนได้มีสเต็กเนื้อฟุราโนะมาอีกจานนึง ผมดันสายเนื้อเสียด้วย เนื้อดีๆขนาดนี้ถึงจะอิ่มแค่ไหนก็ต้องไม่พลาดครับ ทั้งๆที่เมื่อเที่ยงเพิ่งซัดเนื้อฟุราโนะที่ร้านKumageraไป มื้อเย็นเจออีกรอบนึกว่าจะหมดเสน่ห์ซะแล้ว ปรากฏว่าหั่นชิ้นแรกใส่ปากเคี้ยวยังไม่ทันไรหมดเกลี้ยง เนื้อคุณภาพระดับA3แน่ๆแต่ไม่กล้าถามเกรงใจเจ้าภาพ โดยส่วนตัวผมเวลาทานเนื้อไม่ต้องถึงระดับA5หรอกครับมันเลี่ยนเกินไป ทั้งโกเบ มัทสึซากะ หรือแม้แต่ซากะ ไม่หนีกัน กินเกิน150กรัมมันจะเริ่มเลี่ยน แต่มียกเว้นอยู่เนื้อนึงคือ เนื้อมิยาซากิที่ร้านMiyachiku แต่ต้องเป็นสันในนะครับ กินมากแค่ไหนก็ไม่เลี่ยนเนื้อฟุราโนะตรงหน้าที่ผมมั่นใจว่าเป็นเกรดA3นี่เปรียบกับA4ที่กินเมื่อกลางวันมีความแตกต่างอยู่ตรงความเลี่ยนนี่แหละครับ ถ้าไม่ติดตรงอิ่มจากฟองดูว์ ผมคงฟาดหมดจานในไม่ถึง10นาที แต่ฟองดูว์ที่อยู่เต็มท้องก็ทำให้มีโอกาสค่อยๆละเลียดเนื้อทีละคำทีละคำ พ่อครัวปรุงเนื้อจานนี้ได้ดีมาก ไม่ต้องมีซอสไม่ต้องราดเกรวี่ แต่อร่อยด้วยรสชาติของเนื้อที่ปรุงรสแล้ว จานนี้ถึงจะอิ่มแค่ไหนก็กินจนหมดไม่เหลือครับ ปิดท้ายความอิ่มอร่อยด้วยไอศกรีมราดด้วยม้อคค่า ก่อนจะอำลากลับที่พักไปนอนผึ่งพุง