J-Story
12-01-2017

 

Hokkaido Slow Drive ตอนที่ 21 (ตอนจบ)

      ที่ Tokachi Sahoro Resort นี้ยังมีของดีอีกอย่างนึงคืออาหารเช้าครับ โดยปกติโรงแรมและรีสอร์ทส่วนใหญ่จะบริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ซึ่งมีความหลากหลายอยู่แล้ว แต่ในความหลากหลายนั้นหลายสิ่งหลายอย่างมันไม่ค่อยได้คุณภาพเท่าไหร่โดยเฉพาะโรงแรมที่มีลูกค้าหลักเป็นกรุ๊ปทัวร์ บางแห่งนี่ผมบอกตามตรงเลยว่ามีให้ครบองค์ประกอบไปอย่างนั้นเองเพราะไม่มีอะไรอร่อยเลย แค่ทานให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่สำหรับที่ Sahoro Resort นี้ทานแล้วติดใจอยากกลับไปทานอีก เห็นตอนแรกก็คิดว่าคงธรรมดาแต่พอนั่งทานไปก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะอร่อยทุกอย่าง ผมมีวิธีวัดคุณภาพอาหารเช้าจากของธรรมดาๆอย่างเช่นข้าว ไส้กรอกหรือขนมปังฯ หลายโรงแรมที่ผมเคยไปพักต่างละเลยของธรรมดาๆเหล่านี้จนเป็นเหตุให้เสียลูกค้าดีๆไปหมด แต่ที่นี่เขาเลือกของคุณภาพดีมาบริการลูกค้า ข้าวก็คุณภาพดี ไส้กรอกก็กรอบอร่อย ยิ่งขนมปังนี่สุดยอดเลยครับ ผมอดสงสัยไม่ได้ก็เลยสอบถามพนักงานตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น ปรากฏว่าพนักงานไปเชิญแม่ครัวมาคุยกับผมเลยได้ข้อมูลมาเพิ่มพูนสติปัญญาว่าแถว Tokachi นี้เป็นแหล่งเพาะปลูกธัญพืชชั้นดี ทางโรงแรมจึงมีไอเดียนำเอาธัญพืชท้องถิ่นมาทำเป็นขนมปังเลยได้ขนมปังที่อร่อยถูกปากลูกค้ามาจนทุกวันนี้

Tokachi Sahoro Resort (Breakfast)

 

        หลังจากอาหารเช้าแล้วผมก็เช็คเอ้าท์เก็บข้าวของขึ้นรถออกเดินทางสู่เมืองชิโตเสะเพื่อคืนรถ ระหว่างทางแวะดูฟาร์มวัวนมในเมืองชินโตกุให้เจ้าตัวเล็กได้ตื่นเต้นเสียหน่อย อย่างที่เกริ่นไว้เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วว่าเมืองเล็กๆอย่างชินโตกุนี้มีของดีไม่น้อยเพราะแถวนี้เขาเป็นเมืองเกษตร ตอนขามาผมลองเปิดแผนที่ขับรถโดยไม่ใช้ Navigator ดู ปรากฏว่าหลงบ้างเจอบ้างแต่ก็ไปถึง Sahoro Resort จนได้ และจากการหลงทำให้พบว่าแถวนี้มีฟาร์มวัวหลายแห่ง ขากลับเลยลองแวะเที่ยวดู นอกจากนี้ยังมีฟาร์มธัญพืชอีกมากมายหลายแห่งตรงกับที่คุณแม่ครัวบอกไว้ เสียดายว่ามีกำหนดคืนรถเย็นนี้ไม่อย่างนั้นถ้าเปลี่ยนแผนมานอนที่เมืองชินโตกุนี้อีกซักคืนคงจะได้เห็นอะไรดีๆอีกเยอะ ก่อนออกจากเมืองผมขับรถวนหาร้านขนมปังร้านนึงซึ่งขึ้นชื่อลือชาที่สุดในเมืองนี้ ผมป้อนเบอร์โทรฯที่อยู่ในคู่มือท่องเที่ยวเข้าไปใน navigator ก็หาไม่เจอ Map code ก็ไม่มีเลยต้องกางแผนที่ขับไปถามชาวบ้านไปจนในที่สุดก็เจอ ปรากฎว่าเป็นกระต๊อบเล็กๆหลังนึงอยู่กลางทุ่ง ลงจากรถเดินเข้าไปเห็นประตูหน้าต่างปิดเงียบเลยลองเดินอ้อมไปด้านหลังเจอเจ้าตูบเห่าใส่เสียงดังลั่น เจ้าของร้านโผล่หน้าออกมาดู คงเห็นผมท่าทางเงอะๆงะๆเลยเดินมาบอกผมว่าวันนี้ร้านปิด จะเปิดเฉพาะศุกร์เสาร์อาทิตย์เท่านั้น เสียดายมากๆอุตส่าห์หาจนเจอแล้ว เลยตั้งใจไว้ว่าปีหน้าจะต้องกลับมาชิมให้จงได้

ร้านเนื้อ Jujuen

 

        ผมขับรถออกจากชินโตกุ(อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ)ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าสู่เมืองชิโตเสะ ระหว่างที่ขับไปก็นึกว่าจะหาอะไรทานดี แต่ข้อมูลในสมองนั้นน้อยมากเพราะส่วนใหญ่เวลามากับคณะทัวร์ก็ทานแต่ร้านทัวร์ลงไม่มีโอกาสได้ทานร้านดีๆกะเขา ขับๆไปถึงในเมืองดันปวดท้องหนักขึ้นมา เลยต้องปักหัวเข้าร้านเนื้อย่างข้างทางโดยความจำเป็น อันที่จริงระยะหลังๆนี่ผมไม่ค่อยทานเนื้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่รอบนี้มันจวนตัวเลยต้องยอม เห็นป้ายชื่อร้านแล้วก็แอบอมยิ้มเพราะร้านนี้ชื่อ Jujuen ตั้งได้ใกล้เคียงกับร้าน Jojoen ซึ่งป็นร้านโปรดของผม เนื่องจากอายุมากขึ้นก็เลยไม่เน้นปริมาณจึงเลือกสั่งเฉพาะที่อยากทานจริงๆ เมนูประจำๆก็ไม่หนี Tokujo Karubi และถ้ามีเนื้อคุณภาพดีจริงๆก็จะสั่ง Serlion หรือ Tenderloin มาทานจะได้ไม่หนักแรงกระเพาะ ประเภทบุฟเฟ่ต์กินไม่อั้นกินเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัดเดี๋ยวนี้ไม่เอาเลยเพราะคุณภาพของเนื้อมักจะไม่ค่อยดีทานเยอะไปจะเป็นภัยต่อสุขภาพ เพราะการทานเนื้อเพียงอย่างเดียวมันไม่ดีต่อระบบการย่อยควรต้องเพิ่มไฟเบอร์ให้มากด้วยการสั่งผักมาทานด้วยเยอะๆ ผมสั่งเนื้อมา จานและซีฟู้ดรวมอีกหนึ่งจานพร้อมผักสดอีก ถาดใหญ่ ย่างเนื้อห่อกับผักทานอร่อยกว่าเนื้อล้วนๆครับ ทานเสร็จก็ขับรถไปแวะที่อิออนเพื่อซื้อของเข้าบ้าน คนไทยที่มาญี่ปุ่นกับคณะทัวร์มักจะแวะอิออนกันทั้งนั้นเพราะมีทั้งร้านค้าให้ช้อปปิ้งเก็บตก มีซุปเปอร์มาเก็ตให้ซื้อขนมและของฝาก ซื้อเสร็จก็มีลังกระดาษให้บรรจุเรียบร้อยไม่เป็นภาระในการยัดลงกระเป๋าใหญ่ สำหรับผมการแวะอิออนเป็นเรื่องจำเป็นมากเพราะอาหารแห้งจำพวกข้าว สาหร่าย ผงโรยข้าว น้ำสลัด ฯลฯ ผมหิ้วจากที่นี่เกือบทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีแผนกของเล่นและเสื้อผ้าเด็กที่ราคาไม่แพงอีกด้วย ช้อปเสร็จก็บรรจุลงลังกระดาษแล้วก็แบกขึ้นรถเป็นอันจบภาระกิจของทริปนี้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็ขับรถต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย ที่ศูนย์เช่ารถของ ORIX เพื่อคืนรถตามกำหนดเวลาพอดิบพอดี

    กระบวนการคืนรถนั้นง่ายกว่าการเช่าเยอะ พอเราขับเข้ามาในศูนย์ฯ เจ้าหน้าที่ก็จะมารอตรวจรับรถว่ามีร่องรอยการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ เช็คอุปกรณ์พื้นฐานว่าอยู่ครบถ้วนและตรวจสอบระดับน้ำมัน ในกรณีที่เราไม่อยากแวะเติมก็สามารถนำรถกลับมาที่ศูนย์แล้วให้เจ้าหน้าที่ขับไปเติมให้ก็ได้เพราะมีปั๊มตั้งอยู่ในศูนย์เลย ราคาเท่ากับเติมปั๊มมาตรฐานด้านนอกสะดวกดีครับ ผมขนของลงจากรถแล้วก็อดสังเวชใจไม่ได้ บ้านผม คนมีกระเป๋าใหญ่ ใบเล็ก ใบ รถเข็น 1คัน และลังกระดาษขนาดกลางอีก ลัง ในระหว่างที่ผมเอาของลงจากหลังรถนั้น ก็มีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันมาคืนรถเช่นกัน ของเขาเป็นรถขนาดเล็กกว่าแต่นั่งกันมาคันละตั้ง คนแต่มีสัมภาระแค่กระเป๋าเล็กคนละใบเท่านั้นเอง เปรียบเทียบกันแล้วมันเลยขำไม่ออกเลยครับ เจ้าหน้าที่ของ ORIXทำงานกันไวมากแค่ 10 นาทีกระบวนการคืนรถรวมเติมน้ำมันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ผมจ่ายค่าทางด่วนไปไม่ถึงหมื่นเยนและค่าน้ำมันอีกไม่ถึงหมื่นเยนเช่นกัน เป็นอันจบทริปขับรถเที่ยวฮอกไกโดรอบนี้อย่างสมบูรณ์และมีความสุข ได้ทานอาหารร้านใหม่ๆที่ทัวร์ไม่มีโอกาสได้ไป ได้นอนที่พักแนวใหม่ที่ทัวร์นอนไม่ได้ ได้เที่ยวที่ใหม่ๆที่ทัวร์ไปไม่ถึง และได้ประสบการณ์ใหม่ๆที่หาไม่ได้จากการไปกับคณะทัวร์ ไม่ใช่ว่าไปกับทัวร์ไม่ดีนะครับเพราะผมก็เป็นคนทำงานทัวร์ เพียงแต่การไปเที่ยวเองด้วยการขับรถมันสนุกกว่าและมีอิสระมากกว่า และถ้าให้ผมเลือก ผมขอเลือกขับรถเที่ยวเองมากกว่าครั