J-Story
11-11-2016

 

อร่อยร้อยลิ้น ปี2 ตอนที่20

    วันนี้ยังอยู่กันที่ฮอกไกโดต่อ แต่ขอวกกลับมาที่ประตูหลักของเกาะฮอกไกโด นั่นก็คือสนามบินนิวชิโตเสะ(New Chitose Airport) ในบรรดาสนามบินทั่วโลกที่ผมเคยไปมา ผมยกมือให้สนามบินนิวชิโตเสะนี่เป็นอันดับหนึ่งในด้านสันทนาการเลยครับ โดยปกติสนามบินส่วนใหญ่ในโลกนี้มักจะเน้นของเหมือนกันคือขายสินค้าDuty Freeจำพวกเหล้า น้ำหอม เครื่องสำอางและสินค้าแบรนด์เนม แต่ที่นี่เหมือนมาเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตเพราะสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของกินทั้งขนมนมเนยและอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ของสดๆอย่างปูยักษ์หรือหอยเป๋าฮื้อก็สามารถซื้อใส่ลังโฟมแล้วโหลดลงใต้ท้องเครื่องบินกลับบ้านได้เลย ใครจะกลับจากสนามบินชิโตเสะผมแนะนำว่าเผื่อเวลาเดินซื้อของอีกอย่างน้อยชั่วโมงนึงเลยครับ คือควรไปถึงสนามบิน3ชั่วโมงก่อนเครื่องออก เดินซื้อของให้เรียบร้อยแล้วถึงค่อยไปเช็คอิน หรือจะเช็คอินก่อนแล้วค่อยซื้อก็ได้ ค่อยเอาของที่ซื้อไปโหลดเพิ่มทีหลัง

         นอกจากบรรดาของฝากแล้ว อีกส่วนที่โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาก็คือความบันเทิงเพราะที่นี่เขามีทั้งโรงหนังJaga Pokkuru Theatre มีออนเซนทั้งในร่มและกลางแจ้งให้นั่งแช่นอนแช่และจะนวดผ่อนคลายก็ได้ มีพิพิธภัณฑ์การบินให้ความรู้ และมีWaku Waku Sky Parkธีมปาร์คขนาดย่อมสำหรับแฟนการ์ตูนโดราเอม่อนโดยเฉพาะ บ้านไหนมีเด็กๆต้องไม่พลาดและเผื่อเวลาสำหรับที่นี่ไว้อีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ที่สำคัญเขาเปิด10โมงเช้าและปิด6โมงเย็น ต้องบริหารเวลาให้ดี ถ้ากลับการบินไทยนี่หมดสิทธิเพราะเครื่องออก10โมง45 แต่ถ้ากลับโดยJLหรือNHซึ่งต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่โอซาก้าหรือโตเกียวนี่ไม่มีปัญหาแค่เผื่อเวลาให้พอ

         ส่วนสุดท้ายที่ทำให้สนามบินนิวชิโตเสะเป็นอันดับหนึ่งในใจของผมก็คือร้านอาหาร ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน เกาหลีมีหมด จะทานในร้านหรือศูนย์อาหารก็มีให้เลือก และที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึงฮอกไกโดแล้วก็คือราเมง ที่สนามบินนี้เขามีRamen Dojoถ้าแปลตรงตัวก็แปลว่าห้องโถงราเมง(Ramen Hall) แต่ผมแปลของผมเองว่าสำนักราเมงหรือสังเวียนราเมง เพราะเขาไปรวบรวมราเมงขึ้นชื่อ10ร้านมาประชันฝีมือกันที่นี่ ไล่เรียงกันจากหน้าทางเข้าฝั่งขวาลงไป เริ่มจากร้านIchigen Baikoken Jirocho MenyaKaiko Ginparo ไปจนสุดทางที่ร้านShirakaba แล้วไล่วนกลับขึ้นมาเป็นร้านKeyaki Ajisai Yukiakari และOkaที่ปากทางเข้าฝั่งซ้าย ดูจากชื่อร้านแล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เรียนตามตรงว่าผมเคยทานเพียงแค่6ร้านเท่านั้น เลยไม่แฟร์ถ้าจะบอกว่าร้านไหนอร่อยสุด เอาเป็นว่าแนะนำเฉพาะร้านที่เคยทานละกัน

    ร้านแรกเลยก็ต้องKeyaki ซึ่งผมเคยไปยินรอเข้าคิวทานที่ร้านแม่แถวย่านซูซูกิโนะ ไม่ได้รอแบบธรรมดานะครับ แต่ยืนรอบนพื้นหิมะช่วงเดือนกุมภาอุณหภูมิประมาณ-5องศา เพราะร้านนี้ร่ำลือกันว่าปรุงมิโสะราเมงได้อร่อย และปรุงกันทีละกระทะในแบบดั้งเดิม เป็นหนึ่งในมิโสะราเมงแถวหน้าของเมืองซัปโปโร เมื่อพูดถึงมิโสะราเมงยังไงก็ต้องอ้างอิงไปถึงร้านSumireเพราะเป็นอันดับ1ในใจผมด้วยรสชาติจัดจ้านแมนๆแบบชาวเหนือ ซึ่งถ้าเทียบจากความใกล้เคียงของรสชาติแล้ว ร้านShirakaba Sansouนี่จะออกมาในแนวทางใกล้เคียงกัน แต่ด้วยความที่สาขาเยอะกว่า เวลาคิดถึงSumireก็ได้Shirakabaนี่แหละครับช่วยคลายความคิดถึงได้และจุดเด่นอีกอย่างก็คือเขามีไข่ต้มสุกใส่ตะกร้าวางไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าหยิบทานได้มากเท่าที่ต้องการ เลยเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวมาตามหาร้านนี้กันโดยเฉพาะที่ตรอกราเมงย่านซูซูกิโนะนี่คิวยาวไปด้วยชาวเอเชียกันเลย แต่ถ้าเบื่อมิโสะราเมงก็ลองไปชิมShio Ramenที่ร้านAjisaiก็ได้ เพราะราเมงรสเกลือจากฮาโกดาเตะนั้นมีชื่อเสียงพอตัว และร้านAjisaiก็ถือว่าเป็นตัวแทนฮาโกดาเตะราเมงได้อย่างภาคภูมิ หรืออยากลองรสชาติใหม่ๆก็ต้องEbisoba Ichigen ราเมงรสกุ้งที่อร่อยมากซื้อแบบซองกลับมาทานที่บ้านยังอร่อยเลย ในบรรดาบะหมี่ซองแต่เดิมราเมงหมีขาวนี่ชนะเลิศแต่พอIchigenออกEbisobaแบบซองมา ราเมงหมีขาวเลยหมองๆลงไป ด้วยน้ำซุปที่ทำจากหัวกุ้งจำนวนเยอะมากๆเลยทำให้ซุปของร้านนี้เป็นที่ถูกปากคนซัปโปโรและเป็นที่กล่าวขวัญกันว่าเป็นราเมงยุคใหม่ที่ใครๆก็ต้องไปลอง และด้วยความที่มีแค่3สาขา(รวมที่สนามบิน)Ebisoba Ichigenจึงหัวบันไดไม่แห้งมาจนถึงทุกวันนี้

       อีกเจ้าคือMenyaKaiko ราเมงจากโทกาจิ โอบิฮิโระ รสชาติของน้ำซุปที่ปรุงจากกระดูกหมู ขาไก่ หอยเชลล์และวัตถุดิบอื่นๆอีกหลายอย่างจนได้รสกลมกล่อมไม่จัดจ้านและละมุนลิ้นกว่ามิโสะราเมงตัวพ่อทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีข้าวหน้าหมูย่างButa-donอาหารจานเด็ดต้นตำรับจากเมืองโอบิฮิโระไว้คอยบริการด้วย ร้านสุดท้ายที่ขอแนะนำเป็นพิเศษคือร้านYukiakariจากเมืองซัปโปโรเป็นมิโสะราเมงที่นุ่มนวลไม่จัดจ้านเหมือนSumireหรือShirakaba รสชาติจะกระเดียดไปทางKeyakiแต่ละมุนลิ้นกว่า เลยทำให้ซดซุปได้คล่องคอ เมนูขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของที่ร้านคือMiso Butter Corn Ramenราคาถ้วยละ1,050เยน อัดแน่นด้วยวัตถุดิบฮอกไกโดล้วนๆ ข้าวโพดกับเนยนี่ปกติทานด้วยกันก็อร่อยอยู่แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าพอลงมาอยู่ในซุปมิโสะแล้วมันจะเข้ากันได้ดีและส่งผลให้รสชาติของน้ำซุปโดดเด่นหวานมัน ถูกใจมากครับ ทานราเมงกันเสร็จแล้วอย่าลืมเผื่อเวลาหาของหวานทานกันด้วยเพราะที่สนามบินนี้เขามีSweets Avenueซึ่งรวบรวมร้านขนมดังๆของเกาะฮอกไกโดเอาไว้เพียบทั้งRoyce LeTAO Hanbatake Snaffle’s Morimoto Kitakaro แต่ที่อยากแนะนำคือร้านKinotoyaที่อบทาร์ตครีมสดกันตรงนั้นเป็นหนึ่งในของหวานที่ห้ามพลาด อีกตัวคือคุ้กกี้นมผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากมหาวิทยาลัยเกษตรฮอกไกโด เหมาะจะซื้อเป็นของฝากหรือซื้อติดบ้านไว้ทานกับกาแฟตอนเช้า

         ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ท่านผู้อ่านลองพิจารณากันเองว่าจะเผื่อเวลาที่สนามบินShin Chitoseกันแค่ไหน แต่ถ้าเป็นผมๆนอนที่โรงแรมในสนามบินเลยจะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องเวลา กิน ช้อป เล่นกันให้สะใจให้สมกับที่เขาวางคอนเซปท์สนามบินให้เป็นHokkaido Showroomกันเลยครับ