J-Story
16-06-2016

 

Nikko Day 3

ชมซากุระฟูลๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ณ Kinugawa Onsen 

 

 

เช้าวันที่ 3 พวกเราเริ่มต้นกันที่ สถานีรถไฟ Kinugawa-onsen ซึ่งแถวๆ สถานีจะมีร้านขนมชื่อ Baum Kuchen Studio แวะซื้อขนมไปตุนไว้ทานระหว่างทางกันก่อน เป็นขนมมีชื่อเรียกว่า Rock Baum รูปร่างของขนมจะเหมือนกับหินของหุบเขา (Ryuo Kyo Gorge) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ ซึ่งพวกเราจะไปในวันนี้ ตัวแป้งจะดูแข็งๆ แต่ข้างในจะนุ่มๆ รสออกหวานหน่อย เดินมาหน้าสถานีรถไฟมีศาลาออนเซนให้แช่เท้าระหว่างรอรถด้วยสมกับเป็นเมืองออนเซนจริงๆ แวะแช่กันนิดนึง จากนั้นค่อยมาขึ้นรสบัสไปเส้น Kawaji Station โดยจะลงกันที่ป้าย Kawaji Fueai เพื่อไปยังสำนักงานของ Nature Planet ซึ่งเป็นทัวร์ที่จะพาไปพายเรือคายัคที่แม่น้ำ Kinukawa ซึ่งอยู่ที่เมือง Kawaji Onsen จ่ายเงินค่าทัวร์ 2 คนจะอยู่ที่ 5500 เยน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาขึ้นรถไปยังแม่น้ำ Kinukawa ซึ่งมีเรือคายัคเตรียมพร้อมไว้ให้ แต่ก่อนจะได้ไปพายในน้ำจริงๆ เจ้าหน้าที่ก็จะมาสอนวิธีการพายก่อนลงไปพายเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำสายนี้กัน ทริปนี้จะพายระยะทางประมาณ 2 กิโล ใครที่ชอบพายเรือมาที่นี่อย่าลืมมาลองกัน

       เสร็จจากภายเรือคายัคนั่งรถกลับไปที่เดิมแต่ขึ้นรถคนละฝั่งที่ลงเพื่อไปยัง Ryuo Kyo Gorge แต่ก่อนจะไปเดินชมน้ำตกข้างหน้าจะมีร้านอาหารให้เติมพลังกันก่อนที่ ร้าน Waraku พวกเราทานโซบะเส้นสีชมพูซึ่งทำจากดอกบ๊วยสีเลยออกมาเป็นสีชมพู ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นดอกซากุระเสียอีก อิ่มแล้วเดินลงบันไดด้านหลังร้านอาหารไปยัง Ryuo Kyo Gorge ซึ่งเป็นโตรกหินสวยงามมีน้ำไหลผ่าน มีน้ำตก มีสะพานให้ได้เดินชมธรรมชาติของป่า ที่นี่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายล้านปีมาแล้วจนแยกออกมาเป็นแบบนี้ ช่วงที่เราไปสีสันของต้นไม้อาจไม่ค่อยสวยงามนัก แต่ก็ยังมีความงามของน้ำตกและโตรกหินสวยๆ ให้ได้ชมกัน ถ้ามาช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีคงสีสันงดงามแดงส้มไปทั้งหุบเขาแน่

       จากนั้นมานั่งรถไฟจากสถานี Ryuokyo กลับไปที่สถานีรถไฟ Kinugawa-onsen แล้วเดินไปต่อกันประมาณ 15 นาทีไปยังสะพานแขวน Kinu Tateiwa Bridge เป็นอีกหนึ่งที่ซึ่งมีโตรกหินสวยงาม แล้วยิ่งถ้าเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีไม่ต้องพูดถึงทั้งสองฟากฝั่งของสะพานสวยกว่านี้แน่นอน แค่นี้ยังสวยแล้วเลย ข้างหน้าสะพานจะมีคาเฟ่ที่เรียกว่า Foot Onsen Café ความพิเศษของร้านนี้คือเราจะได้แช่ออนเซนเท้าแล้วนั่งจิบเครื่องดื่มอร่อยๆ พร้อมชมวิวสวยๆ ไปด้วย เก๋มากอยากให้ได้มาลองกัน

       กลับไปตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟ Kinugawa-onsen นั่งสาย Tobu line ไปลงสถานี Shimo Imaichi แล้วเดินมาอีกหน่อยก็จะถึงสวนสาธารณะ Daiyagawa Green Park ไปเดินเล่นดูซากุระเรียงรายสุดสายตากับทิวเขาของเมืองนี้ ริมถนนทอดยาวในสวนสาธารณะแห่งนี้มีต้นซากุระปลูกเป็นแนวยาวกว่า 50 ต้น ไปตามเส้นถนนให้ได้เดินชมซากุระที่กำลังบานเต็มที่ บางคนก็พาน้องหมามาเดินเล่น บ้างก็เป็นหนุ่ม-สาวมาเดินคุยกันหนุงหนิงบรรยากาศช่างโรแมนติก เดินเคียงกันไปใต้ต้นซากุระช่างเป็นโมเมนท์ที่แสนหวานของคู่รัก หรือบางคนก็มาขี่จักรยานชมซากุระ การได้เห็นต้นซากุระเป็นดงยาวแบบนี้มันสดชื่นดีจัง ดอกซากุระที่ร่วงหล่นบนพื้นกลายเป็นพื้นชมพูสวยงามตลอดทาง ชอบจังอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกของเราที่ได้มาเดินอยู่ท่ามกลางดงต้นซากุระที่บานฟลูๆ เต็มที่ทั้งต้นแบบปลูกเยอะระยะทางยาวเป็นกิโลแบบนี้ ชอบจังเลย ใครอยากมาเห็นแบบเรานี้กลางเดือนเมษายนเตรียมแพลนมาชมกันได้เลย

       ปิดท้ายความฟินของค่ำคืนนี้กับการชมซากุระไลท์อัพที่ Gokoku Shrine ของเมือง Kinugawa-onsen บริเวณศาลเจ้าแห่งนี้มีต้นซากุระสูงใหญ่ปลูกอยู่เต็มบริเวณ โดยจะเริ่มจัดการแสดงไฟตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนถึงกลางเดือน และเพียงแค่ 2 เสาร์ต้นเดือนและกลางเดือนที่จะมีการแสดงกิจกรรมต่างๆ ในบริเวณศาลเจ้า สีชมพูของดอกซากุระยามสะท้อนแสงไฟเวลาค่ำคืนช่างงดงามยิ่งนัก ไม่เคยคิดว่าต้นซากุระเวลาโดนแสงไฟจะสวยงามน่าชมเพียงนี้ ต้องลองไปชมด้วยตาตัวเองนะ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nikko-kankou.org/event/591/ ได้ชมซากุระต้นใหญ่ฟลูๆ ทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืนนี่คือความสุขของวันนี้ ณ Kinugawa Onsen

 

เรื่อง-รูป Muayleklek

ติดตามกันได้ที่

https://www.facebook.com/JourneyTogether55

IG : Muayleklek